บทความเกี่ยวกับ “ศิลปะ”

ความสุขเท่าปลายเข็มของผู้ชายปักผ้าสไตล์ชนเผ่า

ยุคนี้ถ้าใครเห็นผู้ชายกำลังนั่งปักผ้า เชื่อว่าคนส่วนใหญ่คงเข้าใจว่าชายผู้นี้มีแนวโน้มเป็นเพศที่สามมากกว่าชายจริงหญิงแท้อย่างแน่นอน แต่สำหรับผู้ชายร่างท้วม ผมหยักศก แต่งตัวสไตล์ชาวเมืองเหนือ ชื่อจริงว่า “สุทธิพงศ์ รินจ้อย” หรือ “เอก (อ้วน)”  คนนี้แล้ว   นอกจากเขาจะมีดีกรีเป็นขาโจ๋ อดีตนักเรียนช่างกลแล้ว ปัจจุบันยังเป็นพ่อลูกสองและเป็นครูถ่ายทอดวิชาปักผ้าชนเผ่าให้กับคนที่สนใจอย่างภาคภูมิใจในความเป็นลูกผู้ชายเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์

ก่อนหน้าที่เขาจะเริ่มต้นจับเข็มปักผ้าครั้งแรกเมื่อเจ็ดปีก่อน เขาเคยทำงานอยู่กับองค์กรพัฒนาเอกชนหรือเอ็นจีโอทางภาคเหนือ  ทำให้มีโอกาสได้พบเห็นเสื้อผ้าชนเผ่าลวดลายปักสวยงามอยู่รอบตัว เมื่อภรรยาเปิดร้านกาแฟอยู่ในร้านขายสินค้าพื้นเมืองที่มีสินค้าชนเผ่าขายด้วย เขาจึงเริ่มมีครูสอนปักผ้าคนแรกจากร้านขายสินค้าแห่งนี้ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความหลงใหลในงานปักผ้าชนเผ่าจนถอนตัวไม่ขึ้น

อ่านต่อ…

ร่วมแบ่งปันเรื่องราวดีๆ...

เยียวยาหัวใจด้วยศิลปะบำบัดกับครูเชอรี่

“กฎของการทำงานศิลปะวันนี้มีอย่างเดียว คือ ทำอะไรก็ได้ที่มันไม่สวย”

เสียงผู้นำกิจกรรมหญิงชี้แจงกฎกติกา ใครบางคนตะโกนถามกลับมาว่า

“ถ้าบังเอิญทำแล้วสวยล่ะ”

“ถ้าอย่างนั้นก็ช่วยไม่ได้” คนยืนหน้าห้องตอบกลับด้วยรอยยิ้ม บรรยากาศในห้องจึงเปลี่ยนจากความกังวลใจอบอวลไปด้วยเสียงหัวเราะแทน ทุกคนเริ่มละเลงสีน้ำลงบนแผ่นกระดาษอย่างอิสระ หมดห่วงเรื่อง “ความสวยงาม” ต่างคนต่าง “ระบาย” เรื่องราวปมในใจผ่านสีสันบนแผ่นกระดาษ จนกระทั่งได้ผลงาน “สวยในแบบของตนเอง” พร้อมกับหัวใจที่โปร่งเบาสบายมากขึ้น

“หัวใจของการทำศิลปะบำบัดคือการใช้อวัจนภาษา แต่คนไทยเรามักติดกรอบคำว่า ‘ศิลปะคือสวยงาม’ เวลาเจอคนไทยจำนวน 8 ใน 10 คนมักบอกว่า ‘เขาไม่เก่งศิลปะ’ ถ้าเป็นฝรั่งจะไม่พูดคำนี้เลย”

ครูเชอรี่ หรือ แสงอุษณีษ์ นวะมะรัตน นักศิลปะบำบัดวิชาชีพ ดีกรีศิลปะบำบัดแบบผสมผสาน (Integrative Art Therapy) จากประเทศอังกฤษและประกาศนียบัตรวิชาชีพ “นักศิลปะบำบัด” ซึ่งเป็นสาขาของ Canadian International Institute of Art Therapy ถ่ายทอดถึงหัวใจของการทำศิลปะบำบัด

อ่านต่อ…

ร่วมแบ่งปันเรื่องราวดีๆ...

ค้นหาตัวตนผ่านศิลปะงานต่อผ้า

ถ้าใครเคยลองนำเศษผ้าเล็กๆ หลายชิ้น รูปร่างและขนาดแตกต่างกันมาเย็บต่อกันไปเรื่อยๆ ตอนแรกเราอาจนึกไม่ออกว่า สุดท้ายผ้าเล็กๆ ทั้งหมดจะกลายเป็นภาพอะไร หรือ ถ้าใครลองนำชิ้นผ้าขนาดสี่เหลี่ยมจัตุรัสเท่ากันหมดมาต่อกันให้เป็นผ้าห่มผืนใหญ่ เราก็จะพบว่าเศษผ้าชิ้นเล็กๆ เหล่านั้นได้กลายเป็นลวดลายใหม่บนผ้าห่มผืนใหญ่ให้เราห่มนอนอย่างน่าอัศจรรย์ นี่คือเสน่ห์ของงานต่อผ้าที่ใครได้ลองสัมผัสดูแล้วจะรู้สึกสนุก ตื่นเต้น ตอนที่เห็นชิ้นผ้าเล็กๆ เรียงรายต่อกันเพื่อสร้างจินตนาการไม่รู้จบ บางคนอาจนำเศษเสื้อผ้าของคนในครอบครัวที่ไม่ได้ใส่แล้วมาต่อกันจนเป็นกระเป๋า ของแต่งบ้าน หรือข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ เศษผ้าเหล่านั้นก็เหมือนถูกชุบชีวิตขึ้นมาใหม่และมีคุณค่าใหม่สำหรับทุกคนในครอบครัว

อ่านต่อ…

ร่วมแบ่งปันเรื่องราวดีๆ...

ความสุขลงตัวเมื่อเจอจุดสมดุล

ธันวา พงษ์วุฒิประพันธ์ นักออกแบบผู้คร่ำหวอดในวงการออกแบบตราสินค้าและภาพลักษณ์บรรจุภัณฑ์ ให้กับสินค้าชี่อดังหลากหลายในนามบริษัท FiF House ผ่านการเดินทางบนเส้นทางนักออกแบบมาแล้วกว่า 20 ปี จนเริ่มตกผลึกความคิด เข้าใจแก่นของอาชีพนักออกแบบ และนำมาถ่ายทอดผ่านบทสนทนาในวันนี้

อ่านต่อ…

ร่วมแบ่งปันเรื่องราวดีๆ...

อบขนมด้วยรัก ส่งความสุขด้วยใจ

ตอนนั้นปีพ.ศ.2551 ภรรยาผมได้รับทุนไปเรียนต่อปริญญาเอกที่ประเทศอังกฤษ ผมเลยตัดสินใจลาออกจากการเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย แล้วเราก็หอบลูกน้อยวัย 6 เดือนออกเดินทางสู่เมืองเชฟฟิลด์ด้วยกันวันหนึ่งผมไปทำงานถูพื้นที่พิพิธภัณฑ์ แล้วเหลือบเห็นข้อความที่ Barista (นักชงกาแฟฝีมือดี) ในร้านกาแฟเขียนไว้ทำนองว่า วันนี้ฉันจะทำฟองนมที่ดีที่เจ๋งที่สุดให้ได้ มันทำให้เรารู้สึกถึง Passion (ใจรัก) ในการทำงานของคนเหล่านี้ ซึ่งบันดาลใจให้เรารู้สึกว่า เขาทำงานในตำแหน่งนี้แต่เขามี passion ขนาดนี้ มันคือที่สุดของเขา เรารู้สึกว่าเขาเคารพตัวเอง งานของเขาจะต้องทำให้คนมีความสุข

อ่านต่อ…

ร่วมแบ่งปันเรื่องราวดีๆ...

สัมผัสความดีงามผ่านศิลปะด้านใน

เวลาที่เรามองท้องฟ้ายามโพล้เพล้ จากสีฟ้าเข้มอมส้ม เปลี่ยนเป็นสีม่วงชมพูอ่อน แล้วค่อยๆ กลายเป็นสีน้ำเงินครามเข้มยามค่ำคืน ตกดึกเราก็ผล็อยหลับลง เมื่อตื่นขึ้น หากเห็นท้องฟ้ายังคงสีเข้ม เราจะหลับต่อ แต่หากเห็นแสงมาเจนตาแรก (ชมพู-ม่วง) ของวันใหม่ ร่างกายเราจะค่อยๆ ตอบสนองโดยตื่นขึ้นทีละน้อยๆ

อ่านต่อ…

ร่วมแบ่งปันเรื่องราวดีๆ...

จิตปล่อยวางด้วยศิลปะแห่งการย้อมคราม

ช่วงนี้หลายๆ คนคงสังเกตเห็นกิจการ SME เกิดใหม่ผุดกันขึ้นมาเป็นดอกเห็ด มีทั้งขายเครื่องสำอางค์นำเข้า เสื้อผ้าสำเร็จรูป หรือแม้กระทั่งแคปหมูออนไลน์ เสื้อผ้าย้อมสีธรรมชาติก็เป็นอีกประเภทหนึ่งที่ได้รับความสนใจไม่น้อย วันนี้เรามีโอกาสได้มาสัมภาษณ์ SME รายใหม่อีกรายที่เลือกทำเสื้อผ้าและผลิตภัณฑ์ย้อมครามธรรมชาติยี่ห้อ little pine ซึ่งมีคุณแปะ ปรินดา ตันติประสุต เป็นเจ้าของ มาดูกันว่าครามมีเสน่ห์อย่างไร แล้วให้ความสุขได้อย่างไร

อ่านต่อ…

ร่วมแบ่งปันเรื่องราวดีๆ...

คลายปม คลายจิต ด้วยศิลปะสร้างสรรค์

เรื่องมันเริ่มจากเด็กหญิงคนหนึ่งตกหลุมรักความคิดสร้างสรรค์ แต่ห้องเรียนในวัยเด็กกลับหนืดเฉื่อย น่าเบื่อ และมีแต่เรื่องท่องจำ เมื่อเธอเติบโตขึ้น เรียนจบด้านศิลปศาสตร์การละคร ได้ทำงานเป็นก๊อปปี้ไรเตอร์ (คนเขียนคำโฆษณา) ในบริษัทแห่งหนึ่ง เธอก็ลาออกเพราะอยากรู้ว่าหากได้ใช้พลังสร้างสรรค์ที่มีอยู่ในตัวเองทำงานกับผู้คนโดยตรงจะเป็นอย่างไร เลยหันไปสมัครเป็นครูโรงเรียนทางเลือกต่างๆ ที่เปิดช่องทางให้เธอออกแบบห้องเรียนด้วยตัวเอง

อ่านต่อ…

ร่วมแบ่งปันเรื่องราวดีๆ...

เขียนเพลง บรรเลงชีวิต

เสียชาติเกิด

หากได้ยินคนพูดใส่หน้าเช่นนี้ ไม่พ้นต้องผงะหนี หากยิ่งคนนั้นเป็นครูหรือคนที่เคารพแล้วคงหน้าซีดเป็นไก่ต้ม

แต่ชายตรงหน้าบอกกับเราว่าเขาแค่ผงกหัวรับ “ครับๆ” แต่ในใจยังกึ่งรับกึ่งดื้อ จนมีคนมาพูดเช่นนี้บ่อยๆ ต่างกรรมต่างวาระเข้า เขาก็จำด้วยเหตุผล จึงรับว่าเขากำลังใช้ชีวิตอย่างเสียชาติเกิดจริงๆ ทั้งที่หากดูคุณสมบัติทั่วไปก็ดูพรั่งพร้อมไปทุกอย่าง

อ่านต่อ…

ร่วมแบ่งปันเรื่องราวดีๆ...

POD ART งานศิลปะที่หลุดจาก ‘คิด’

เรารู้จักธนชัย อุชชิน หรือป๊อด โมเดิร์นด๊อกในฐานะนักร้องผู้นำกระแสทางดนตรีมานานกว่า 20 ปี วันนี้เขาได้นำเสนออีกหนึ่งช่องทางในการถ่ายทอดความรู้สึกผ่านงานศิลปะ ในงานแสดงภาพวาด POD ART

มันเป็นการเปลี่ยนสื่อ ปกติทำงานเพลงก็จะปล่อยผ่านงานดนตรี แต่นี่เรามีอีกช่องทางหนึ่ง มันเป็นช่องทางที่เป็น Visual เป็นเรื่องของภาพ เราเป็นคนที่สนใจทั้งสองส่วน ก็เลยทำทั้งด้านดนตรีและศิลปะ แต่ศิลปะนี่ส่วนใหญ่เป็นงานที่ทำแล้วค่อนข้างอยู่กับตัวเอง ได้เผยแพร่บ้างตาม Social Media เช่น ig และ facebook พอถึงจุดหนึ่งที่เรารวบรวมงานที่ทำไว้ตลอด 3 ปี มันก็พอดีกับการที่จะจัดแสดงได้

ศิลปะที่ไม่เอาเรื่อง

เราแต่งเพลงไม่ได้ทุกวัน แต่รู้สึกว่าเราไม่อยากปล่อยความรู้สึกในแต่ละวันไปเปล่าๆ คือเพลงมันต้องพูดเรื่อง ใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร พอถึงจุดหนึ่งเราก็แต่งมา 6 ชุดแล้ว หัวข้อต่างๆ มันก็ค่อนข้างจะครอบคลุม ‘คิดถึง’ ก็เคยเขียนไปแล้ว ‘ขอบคุณ’ ก็เคยเขียนไปแล้ว ‘ปวดร้าว’ ก็เคยเขียนไปแล้ว ‘ชื่นใจ’ ก็เคยเขียนไปแล้ว แล้วรู้สึกว่าบางทีเราอยากจะหลุดออกจากเรื่องราว อยากจะไม่เอาเรื่อง เลยคิดว่าการที่เรามาระบายสีมันเป็นการถ่ายทอดอารมณ์ตรงๆ ลงไปกับเส้น กับสี กับทัศนธาตุ

บางคนจะแปลกใจกับคำว่าไม่เอาเรื่อง บางทีคนดูภาพมักจะถามหาเรื่อง หรือแม้เราไม่เอาเรื่อง คนก็หาเรื่องจนเจอ นี่ช้างใช่ไหม นี่วัว นี่ควาย นี่เป็ด นี่ปลา แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ได้บอกว่าผิดหรือถูกนะ คือศิลปะชิ้นหนึ่งมันเปิดโอกาสให้เป็นได้ 360 องศาเลย แต่ทีนี้โดยส่วนตัวของผู้ทำ อาจจะไม่ได้คิดถึงช้าง ม้า วัว ควายเลย แต่เรามีความสุขนะ ที่งานเรามันพาจินตนาการหรือความคิดของผู้ดูไปที่นั่น แต่โดยส่วนตัวเรา เราอยากหลุดจาก ‘คิด’ เราเลยทำงานศิลปะ

คิดมันเป็นธรรมชาติของมนุษย์ ทีนี้เราก็อยากจะหลุดจากคิด ในการหลุดจากคิด มันก็ยังมีคิดอยู่ อย่างน้อยก็มีคิดว่าสีอะไรต่อดี แต่มันก็มีบางเวลาที่ไม่ได้คิดด้วยในขณะเดียวกัน เช่น เวลาที่เราไม่ได้สนใจแล้วมือเราลากไป มันรู้สึก มันไม่ใช่สมองแล้ว มันเป็นใจ ใจมันบอก เราก็พยายามที่จะอยู่กับช่วงเวลานั้น แล้วงานที่มันหลุดจากคิด รู้สึกว่ามันจะไหลลื่นนะ หมายถึงนี่คือประสบการณ์ของผู้ทำนะ งานชิ้นไหนที่มันไหลลื่น มันไม่กลัว มันไม่กังวล มันไม่คิดมาก มีความสุข งานมันสะท้อนความสุขนั้นออกมา

 

การเจริญสติมีส่วนอย่างไรในการทำงานสร้างสรรค์

สตินี่ถ้าตามภาษาที่เรียนมา หนังสือที่อาจารย์เขียนอยู่เล่มหนึ่ง สติคือธรรมเอก แล้วก็เชื่ออย่างนั้นจริงๆ คือเป็นเหมือนหัวใจ หัวใจของทุกอย่าง เราคิดถึงขั้นที่ว่า ศักยภาพของมนุษย์วัดกันที่คุณภาพสติเลย เพราะมันเป็นเหมือนการรู้ สติคือการรู้ รู้ขณะที่มันเกิดขึ้น มันเป็นการเท่าทัน ซึ่งให้ประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตมากที่สุดเลย จนถึงลมหายใจสุดท้าย

เคยสังเกตอยู่ครั้งหนึ่งตอนระบายสี แล้วเปิดเพลงใน You Tube ให้มันเล่นไปเอง เราลืมที่จะเป็นผู้เลือก แล้วทำไมเรารู้สึกเราถูกดัน คล้ายๆ มันมีความอึดอัดบางอย่าง แล้วนึกขึ้นได้ โอ้เพลงมัน ตึ้ง ตึ้ง ไปแล้ว แสดงว่าคลื่นหรือสิ่งรอบต้วมันมีผลกระทบกับเรา เราอาจจะไม่มีสติตอนนั้น อะไรที่มันครอบเราอยู่เราก็ปล่อยออกไปทันที เลยกลับมาที่ตัวเอง แล้วก็เลือก แล้วก็เปลี่ยนเพลงไม่ต่างกับชีวิตประจำวัน บางทีคนนั้นนินทาเรา คนนี้ด่าเรา หรือเราไปอยู่ในพื้นที่ที่รถติดแล้วมันก็กระทบเราไปหมด เวลาเราจมเข้าไปในสถานการณ์บางอย่าง ถ้าเรารู้ตัว เราจะหลุดออกมาจากมันได้ง่าย แต่ถ้าเราไม่มีสติดูแลตัวเอง เราอาจจะเป็นคนจมๆ กดๆ อยู่ตลอดเวลา เราก็ไม่สามารถที่จะทำอะไรที่มันสร้างสรรค์ได้ดีนัก การมีสติทำให้เราประคองชีวิตได้แบบสมดุลของเรา มันทำให้จิตเราว่าง แล้วจะมีพื้นที่ว่างพอที่จะไปทำอะไรที่มันสร้างสรรค์ พร้อมจะไปทำอะไรใหม่ๆ ที่ดีๆ

ร่วมแบ่งปันเรื่องราวดีๆ...