บทความล่าสุด

โยคะภาวนา… ฝึกกายและจิตรวมเป็นหนึ่งเดียว

ทุกวันนี้เมื่อเอ่ยถึงการฝึกโยคะ เรามักได้ยินคำพ่วงตามมาหลากหลายรูปแบบนอกเหนือจาก “โยคะดั้งเดิม” ซึ่งเป็นโยคะท่าพื้นฐาน อาทิ โยคะฟลาย เพิ่มความยืดหยุ่นร่างกายด้วยท่วงท่าราวกับนกเหินฟ้าโยคะบอล เพิ่มความสนุกในการเล่นโยคะด้วยการใช้บอลยักษ์เป็นอุปกรณ์เสริม หรือโยคะร้อน เพิ่มอุณหภูมิช่วยรีดไขมันออกจากร่างกายได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งโยคะเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงของ “รูปกาย” ภายนอก แต่ถ้าหากใครกำลังมองหาแนวทางฝึกโยคะเพื่อมุ่งสู่ความเปลี่ยนแปลงของ “จิต” แล้ว  “โยคะภาวนา” เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าลองค้นหาคำตอบและพิสูจน์ด้วยตนเอง

อ่านต่อ…

ร่วมแบ่งปันเรื่องราวดีๆ...

ป้ามล…ไม้ขีดไฟแห่งความหวังของเยาวชนผู้ก้าวพลาด

ปลายเดือนเมษายน 2560

หนังสือพิมพ์ทุกฉบับพาดหัวข่าวหน้าหนึ่งคดีสะเทือนขวัญ เยาวชนอายุ 18 ปีชื่อเล่น “หมูหยอง”  ฆ่าคนแล้วให้สัมภาษณ์ว่า “เหมือนฆ่ามด” 

ป้ามล หรือ ทิชา ณ นคร ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน (ชาย) บ้านกาญจนาภิเษก หรือ บ้านกาญจนาฯ ติดตามสถานการณ์ข่าวด้วยความห่วงใยลึกๆ ในใจเชื่อมั่นว่า หมูหยองคงจะมีบาดแผลมากมายในชีวิตที่ผลักดันให้เขาสามารถฆ่าคนและให้สัมภาษณ์ด้วยถ้อยคำเช่นนั้น ประสบการณ์สิบห้าปีในฐานะ “แม่คนที่สอง” ของเยาวชนผู้ก้าวพลาดส่งเสียงดังก้องในหัวป้ามลว่า “ไม่มีเด็กคนไหนใฝ่ฝันอยากเป็นฆาตรกร”  และ “มนุษย์ทุกคนสามารถเปลี่ยนแปลงได้”

อ่านต่อ…

ร่วมแบ่งปันเรื่องราวดีๆ...

โยคะสติบนวีลแชร์

“ตั้งแต่อายุ 5 จะย่างเข้า 6 ขวบ ขาเราก็เริ่มอ่อนแรงและค่อยๆลีบเล็ก ไม่สามารถเดินได้อย่างปกติเหมือนเด็กคนอื่น” อำไพ สราญรื่น ช่างเย็บผ้าในศูนย์ส่งเสริมอาชีพคนพิการเผยรอยยิ้มภายใต้ผมสีดอกเลาด้วยวัยใกล้เกษียณบอกเล่าถึงความทรงจำอันเลือนลางกว่า 50 ปีที่แล้ว

หลายๆ  ข้อจำกัดของมนุษย์ที่ถูกสร้างขึ้นมา บางครั้งเกิดจากความเหนื่อยล้า หมดกำลังใจ หมดแรงใจที่จะขับดันร่างกายให้เคลื่อนต่อ หากแต่บางคน โอกาสเหล่านั้นหมดไปตั้งแต่ข้อจำกัดทางร่างกาย แต่มุมมองความคิดของอำไพ กลับไร้ซึ่งขีดจำกัดเหล่านั้น 

รถวีลแชร์ไฟฟ้าของอำไพ นำลิ่วว่องไวกว่าสองขา

“ร่างกายเราไม่ใช่ปมด้อย ใจเราสำคัญที่สุด”

อ่านต่อ…

ร่วมแบ่งปันเรื่องราวดีๆ...

อุ๊ มดงานตัวจิ๋วแต่แจ๋ว

ณ หมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งในจังหวัดบุรีรัมย์

ย้อนกลับไปเมื่อ 32 ปีก่อน  เด็กหญิงกรองแก้ว ชัยอาคม หรือ อุ๊ ลืมตาดูโลกด้วยขนาดตัวใหญ่กว่าฝ่ามือเพียงนิดเดียว ด้วยขนาดตัวเล็กจิ๋ว หูได้ยินเสียงแผ่วเบา และเสียงเล็กแหลมเหมือนเด็กน้อย เธอจึงรู้สึกอายไม่กล้าคุยกับใครจนคนส่วนใหญ่คิดว่าเธอเป็นคนใบ้

เมื่อเริ่มเข้าสู่วัยเรียน เด็กหญิงตัวจิ๋วมักกลับถึงบ้านพร้อมคราบน้ำตาเปรอะเปื้อนบนสองแก้ม เพราะถูกเพื่อนล้อเลียน แกล้งตีและผลักเป็นประจำจนกลายเป็นตัวตลกประจำห้อง แต่หากย่างเท้ากลับเข้าบ้านเมื่อไหร่  อ้อมกอดของพ่อแม่จะคอยทำหน้าที่เป็นผืนทรายแห่งความรักคอยซับน้ำตาให้เหือดแห้งไปอย่างรวดเร็วอยู่เสมอ

ด้วยความยากจนเด็กหญิงตัวจิ๋วจึงเริ่มช่วยหารายได้จุนเจือครอบครัวตั้งแต่ยังอยู่ในชุดนักเรียน และต้องออกจากโรงเรียนหลังเรียนจบระดับชั้นประถมเพื่อทำงานให้มากขึ้น เงินทุกบาททุกสตางค์ที่หามาได้เธอจะมอบให้พ่อแม่ผู้มีพระคุณด้วยความเต็มใจและพร้อมทำงานหนักเอาเบาสู้แม้ว่าสภาพร่างกายจะเล็กแกร็นกว่าคนวัยเดียวกันก็ตาม

อ่านต่อ…

ร่วมแบ่งปันเรื่องราวดีๆ...

ครูเบลล่า…เปลี่ยนชีวิตคนด้อยโอกาสผ่านเสียงเพลง

ณ เรือนจำหญิง จังหวัดเชียงใหม่ บทเพลง “คนดีไม่มีวันตาย”   ถูกถ่ายทอดผ่านเสียงร้องของผู้ต้องขังหญิงอย่างทรงพลัง ความหมายของบทเพลงลึกซึ้งกินใจจนคนร้องและคนฟังน้ำตาซึม

            “…จะปิดทองหลังองค์พระปฏิมา

            จะยอมรับโชคชะตาไม่ว่าดีร้าย

            ไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้าถึงเวลาก็ต้องไป

            เหลือไว้แต่คุณงามความดี

            ขอเทิดทูนศักดิ์ศรียิ่งสิ่งใด

            แม้แต่ลมหายใจก็ยอมพลี

            โลกยังไม่สิ้นหวัง ถ้ายังมั่นในความดี

            ศรัทธาไม่เคยหน่ายหนี คนดีไม่มีวันตาย”

ครูเบลล่า ครูสอนร้องเพลงวัยกว่าห้าสิบปีมองดูบรรดาลูกศิษย์ถ่ายทอดบทเพลงออกมาได้อย่างซาบซึ้งกินใจจนคนฟังและคนร้องน้ำตาซึมไปพร้อมกัน บทเพลงอันทรงพลังได้โบยบินผ่าน “กรงขังทางกาย” สู่เสรีภาพทางใจเพื่อให้ทุกคนกล้าก้าวเดินบนเส้นทางใหม่ที่มีความดีนำทาง

อ่านต่อ…

ร่วมแบ่งปันเรื่องราวดีๆ...

ความสุขของชายหนุ่มเพื่อนรักสุนัขบาดเจ็บ

บนถนนจากจังหวัดเชียงใหม่ถึงตำบลปาดังเบซาร์ จังหวัดสงขลาระยะทางกว่า 1,600 กิโลเมตร  ชายหนุ่มวัยกลางคนพร้อมเพื่อนร่วมทีมตัดสินใจเดินทางไกลจากดินแดนตอนเหนือสู่ปลายด้ามขวานเพื่อช่วยเหลือสุนัขบาดเจ็บเพราะถูกคนทำร้ายและมีคนแจ้งข่าวไว้ในโลกโซเชียลมาแล้วหลายวัน แต่ยังไม่มีใครสามารถเข้าช่วยเหลือมันได้ หลังจากเดินทางข้ามวันข้ามคืนไปถึงจุดหมาย ชายหนุ่มเฝ้าติดตามสุนัขเป้าหมายจนเจอและพานำกลับมารักษาตัวที่เชียงใหม่ได้ตามที่ตั้งใจ แม้ว่าบางคนอาจตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าของเวลาและค่าใช้จ่ายสำหรับการช่วยสุนัขตัวนี้ แต่สำหรับผู้ชายที่ชื่อบัณฑิต หมื่นเรือคำ หรือ ดิ๊พ ประธานมูลนิธิ ดิ อาร์ค แล้ว เขามีคำตอบสุดท้ายให้ตนเองอย่างชัดเจนว่า คุณค่าของความช่วยเหลือระหว่างคนและสุนัขเพื่อให้รอดพ้นจากความทุกข์ทรมานมีค่าเท่ากับ “หนึ่งชีวิต” เท่าเทียมกัน

อ่านต่อ…

ร่วมแบ่งปันเรื่องราวดีๆ...

Paper Ranger ฮีโร่จิตอาสาสมุดเพื่อน้อง

เมื่อพูดถึงคำว่า “ฮีโร่” เรามักนึกถึงผู้นำยามวิกฤติที่ช่วยเหลือผู้คนให้รอดพ้นจากอันตราย แต่สำหรับฮีโร่ที่ชื่อ “Paper Ranger” ตัวนี้ เขาจะมาทำหน้าที่บอกกับเราว่า ทุกคนสามารถเป็นฮีโร่จิตอาสาช่วยกันเปลี่ยน “กระดาษเอสี่ใช้แล้วหน้าเดียว” ให้กลายเป็น “สมุดเพื่อน้อง” ได้ด้วยสองมือของเราภายในเวลาไม่กี่นาทีเท่านั้น

พูลยศ กัมพลกัญจนา หรือ พี อดีตนักศึกษาคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หนึ่งในผู้เริ่มต้นโครงการ “Paper Ranger จิตอาสาสมุดเพื่อน้อง” เมื่อสิบปีที่ผ่านมากล่าวถึงเป้าหมายของโครงการนี้ว่า

“โครงการของเราอยากสื่อสารให้คนในสังคมรู้ว่าการทำเพื่อผู้อื่นนั้นสามารถเริ่มต้นได้ง่ายๆ จากเรื่องใกล้ตัว โดยเรามองเรื่องของกระดาษเอสี่ใช้แล้วด้านเดียวที่หลายๆ คนมีเหลือใช้ รวบรวมแล้วนำกลับมาทำให้เกิดประโยชน์อีกครั้ง ผ่านเรื่องราวของการทำสมุดทำมือที่เปรียบเสมือนตัวแทนส่งต่อความความสุขไปยังน้องๆ ที่ขาดแคลนได้”

อ่านต่อ…

ร่วมแบ่งปันเรื่องราวดีๆ...

ภาวนาเปลี่ยนข้างใน : ความสุขไม่มีลิขสิทธิ์

“การเจริญสติเป็นแกนกลางการอบรมทุกกิจกรรมของเสมสิกขาลัย การภาวนาต้องอยู่ในทุกขุมขนของสิ่งที่เราทำ”

ปรีดา และพูลฉวี เรืองวิชาธร ยืนยันในแนวทางเดียวกัน

ทั้งคู่เป็นกระบวนกร หรือผู้นำการอบรมของเสมสิกขาลัย องค์กรพัฒนาเอกชนที่เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ทางเลือก ที่ใช้การภาวนาเป็นแกนหลักของทุกกิจกรรมที่ทำ

กระบวนกรทั้งคู่ย้อนความเป็นมาของแนวคิดและแนวทางที่ดำเนินมาให้ฟังว่า  กระบวนการอบรมสร้างการเรียนรู้โดยทั่วไปมักมุ่งแต่ด้านเนื้อหา ใส่ข้อมูลให้เกิดความรู้ผ่านการอ่าน การบรรยาย ซึ่งสร้างการเปลี่ยนแปลงในระดับหนึ่ง แต่เขาเห็นว่ายังไม่น่าพอใจเพราะนั่นเป็นการรู้แต่ในหัว ซึ่งโดยหลักการทั่วไปทุกคนก็รู้อยู่แล้วว่าเป็นอย่างไร อะไรที่ควรทำ  แต่หากไม่ได้เปลี่ยนมาจากข้างในจิตสำนึกจะไม่ค่อยเปลี่ยน

อย่างเรื่องสิ่งแวดล้อมเรารู้หมดแหละว่าจะลดการทำลายสิ่งแวดล้อมด้วยวิธีไหนได้บ้าง จะดูแลรักษาอย่างไร เห็นชาวบ้านทุกข์ยากก็รู้อยู่ว่าเขาควรได้รับอะไร  เราสนใจประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม แต่ถึงจุดหนึ่งพอมีคนเห็นต่างก็เริ่มอึดอัดจนรู้สึกทนไม่ไหว ไปโจมตีเขา  ทำให้เสมฯ ต้องมานั่งทบทวนว่ามันต้องมีอะไรสักอย่างหายไปหรือเปล่า  ก็พบคำตอบว่าถ้าไม่เห็นข้างในของตัวเอง ไม่ว่าจะรู้อะไรมันก็กลับไปสู่จุดเดิมได้หมด คืนกลับร่องอัตตาเดิม สิ่งสำคัญจึงอยู่ที่การเอาความรู้สึกตัวหรือการมีสติมาเป็นแกนกลางของทุกกิจกรรม  การภาวนาต้องอยู่ในทุกขุมขุนของสิ่งที่เราทำ ภาวนาจึงเป็นพื้นฐานของทุกคอร์สที่เราจัดอบรม

อ่านต่อ…

ร่วมแบ่งปันเรื่องราวดีๆ...

แมว…ความรักที่ไร้เงื่อนไข                          

“สิ่งที่มีค่าที่สุดของที่บ้านคือแมวและสิ่งห่วงที่สุดในชีวิตก็คือแมว

 ความรัก คือสิ่งที่ทุกคนจะพบได้เองโดยไม่ต้องออกแสวงหา คือสิ่งที่จะเติบโต เคียงข้าง และสร้างความสุขในทุกๆ วัน หากสิ่งเหล่านี้คือความรัก สำหรับนุ่นตัวแทนนิยามเหล่านั้นก็คือ “แมว” เจ้าสิ่งมีชีวิตตัวกลม ขนฟูนุ่ม ตาแป๋วแหวว เป็นตัวป่วนที่จะคอยส่งเสียงออดอ้อน หรือโวยวายอย่างเอาแต่ใจในทุกๆ เช้า

“แมวเหมือนเด็กที่ไม่มีวันโต เราต้องดูแลเขาเหมือนเป็นเด็กตลอด”

รอยยิ้มพรายทางดวงตา ส่งออกมาสู่ใบหน้า และบุคลิกท่าทางที่ดูมีความสุขตลอดเวลา เธอคือแม่ของเหล่าลูก ๆ กว่า 10 ตัว  รัชตา อุจจ์ศรี หรือ นุ่น ผู้จัดการฝ่ายรายการสาวที่ซ่อนวัย 40ปีได้อย่างแนบเนียน

อ่านต่อ…

ร่วมแบ่งปันเรื่องราวดีๆ...

ธนัญธร เปรมใจชื่น…รับฟังด้วยหัวใจ

“เราจะพบโจทย์เรื่องความสัมพันธ์ได้ในมนุษย์เกือบทุกคน ทั้งมิติของการงาน ครอบครัว คนรัก ลูก แต่คนมักมองไม่เห็นว่าต้นตอของปัญหามาจากไหน เวลาครอบครัวมีปัญหา เขากลับชี้ไปที่คนนั้น เรื่องนั้น ซึ่งบางทีมันเกี่ยวข้องกับภายในของเขาที่มีทัศนคติจำกัดในการเชื่อมต่อกับผู้คน มันก็เลยส่งผลกระทบในมิติที่หลากหลาย เราเป็นคนเชื่อเรื่องกระบวนการที่ทำให้เขาเห็นตนเอง มันจะไปเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์รอบตัวของเขา แล้วจะแผ่ขยายไปสู่สังคม”

ธนัญธร เปรมใจชื่น หรือ อาจารย์น้อง กระบวนกร (วิทยากรกระบวนการ) ผู้มีประสบการณ์จัดอบรมด้านการพัฒนาตนเองจากภายในผ่านการจัดอบรมด้านการฟังอย่างลึกซึ้ง (Deep Listening) ให้ผู้คนหลากหลายช่วงวัยมานานกว่ายี่สิบปีบอกเล่าถึงที่มาของปัญหาความสัมพันธ์ของผู้คนในสังคมว่าเป็นเรื่องสำคัญที่เกี่ยวข้องกับทุกคน ซึ่งเรามักมองไม่เห็นว่าแท้จริงแล้วจุดเริ่มต้นของปัญหาอยู่ที่ตัวเราเองที่อาจยังไม่เคยรับฟังเสียงจากภายในตัวเราอย่างลึกซึ้งว่า แท้จริงแล้วเราเป็นคนอย่างไรและต้องการก้าวเดินไปสู่เป้าหมายอะไรในชีวิต

อ่านต่อ…

ร่วมแบ่งปันเรื่องราวดีๆ...

เปลี่ยนสังคมด้วยโอกาสให้เด็กพิการเปี่ยมสุข

เพราะยากที่คนปรกติจะชัดเจนภาพชีวิตของคนพิการ งานสื่อสารจึงสำคัญ

“ก่อนหน้านี้เราไม่เคยเกี่ยวข้องกับเด็กพิการมาก่อน แต่มีเป้าหมายว่าอยากทำงานกับมูลนิธิสักแห่ง ครั้งหนึ่งได้ไปจังหวัดลำปางกับเจ้าหน้าที่มูลนิธิการศึกษาเพื่อชีวิตและสังคม รู้สึกประทับใจเจ้าหน้าที่ผู้หญิงซึ่งมีกัน 3 คน ต้องแบ่งงานรับผิดชอบคนละ 3 หมู่บ้าน กลับจากที่นั่นเราไปเป็นครูที่โรงเรียนบ้านห้วยจะกือ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก กินอยู่ฟรี มีเงินเดือน 3,000 บาท แต่กลับบ้านทีเงินเดือนก็หมดไปกับการเดินทาง ซึ่งถ้าไม่กลับทั้งเราและพ่อแม่ก็คงเป็นห่วงกันและกัน ทำให้ไตร่ตรองว่าแม้จะชอบทางนี้แต่คงไม่สามารถทิ้งครอบครัว พอรู้ข่าวว่ามูลนิธิเพื่อเด็กพิการเปิดรับเจ้าหน้าที่จึงสมัคร เราอยากเป็นครูบนดอย อยากสอนเกี่ยวกับศิลปะ งานประดิษฐ์ อาชีพ คิดว่าอาจได้นำความชอบส่วนตัวมาประยุกต์ใช้กับงานที่นี่”

อภิรดี วานิชกร ย้อนจุดเริ่มเมื่อ 15 ปีก่อนจะเข้ามาคลุกคลีอยู่กับครอบครัวและชุมชนที่มีเด็กๆ บกพร่องทางการใช้ชีวิตร่วมอาศัย เริ่มจากเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายสำนักงานของมูลนิธิเพื่อเด็กพิการ กระทั่งเป็นผู้จัดการฝ่ายสื่อสารและแบ่งปันเพื่อเด็กพิการ

อ่านต่อ…

ร่วมแบ่งปันเรื่องราวดีๆ...

คนรุ่นใหม่หัวใจสีเขียว

“เร่เข้ามา เร่เข้ามา น้ำยาล้างจาน น้ำยาซักผ้าของแท้ แบ่งขาย จ่ายน้อย ช่วยลดขยะจ้า ซื้อเท่าไหร่ก็ได้ เข้ามาดูก่อนได้นะคะ ”

เสียงนักศึกษาสาวว่าที่ด็อกเตอร์กำลังตะโกนเรียกลูกค้าเข้ามาใช้บริการร้าน “Refill Station” กลางตลาดนัดย่านธุรกิจใจกลางกรุง ผู้คนที่เดินผ่านหันมามองสินค้าด้วยใบหน้าแปลกใจเพราะบนโต๊ะเรียงรายไปด้วยแกลลอนน้ำยาทำความสะอาดหลากหลายยี่ห้อติดตั้งหัวปั๊มไว้ด้านบนแทนฝาปิด  ใกล้กันมีตาชั่งไว้ให้ลูกค้าชั่งปริมาณน้ำยาที่ต้องการซื้อตามความต้องการ

“เราพยายามหาทางลดการใช้พลาสติกในชีวิตประจำวันด้วยการนำขวดน้ำหรือขวดพลาสติกที่ไม่ใช้แล้วมาเติมน้ำยาทำความสะอาดที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวันโดยเราแบ่งขายให้ตามปริมาณที่ลูกค้าต้องการ”

สุภัชญา เตชะชูเชิด หรือ “แอน” นักศึกษาปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยชื่อดังย่านศาลายาบอกเล่าความเป็นมาของธุรกิจอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่ลองลงมือทำตามความฝันของคนหนุ่มสาวไฟแรง แม้ว่าเธอและเพื่อนจะไม่มีใครเรียนด้านการตลาดโดยตรง แต่แรงบันดาลใจอยากทำสิ่งที่ฝันก็ผลักดันให้คนหนุ่มสาวกล้าลองผิดลองถูกด้วยตนเองเสมอ

อ่านต่อ…

ร่วมแบ่งปันเรื่องราวดีๆ...

โคริงกะ…มองเห็นใจตนเองผ่านการจัดดอกไม้สไตล์ญี่ปุ่น

“การจัดดอกไม้แบบโคริงกะเป็นเรื่องของการพัฒนาจิตวิญญาณที่อยู่ด้านใน เราจึงต้องเริ่มจากตัวเราเองก่อน ตั้งแต่ฝึกฝนวิธีจัดดอกไม้จนเห็นการสื่อสารของพืชและเห็นคุณประโยชน์ที่ได้รับจากการจัดดอกไม้ จนกระทั่งเราเริ่มเกิดความมั่นใจว่าพลังธรรมชาตินั้นยิ่งใหญ่และสามารถช่วยทำให้คนมีความสุขได้ เราจึงขยับขึ้นมาเป็นวิทยากรสอนคนอื่นต่อไป”

อาจารย์รัตนาภรณ์ ศรีอร่ามมณี หรือครูนุช อธิบายถึงหัวใจสำคัญของการจัดดอกไม้แบบโคริงกะด้วยรอยยิ้มสดใสพร้อมทั้งอธิบายถึงความหมายของคำว่า “โคริงกะ” โดยละเอียดว่า “โค”แปลว่า แสงสว่าง, “ริง” แปลว่า วงกลม ส่วนคำว่า “กะ” มาจากคำว่า ดอกไม้ เมื่อนำสามคำมารวมกันจึงแปลได้ว่า “ดอกไม้แห่งแสงสว่าง”

คุณโมกิจิ โอกาดะ ผู้ก่อตั้งมูลนิธิเอ็มโอเอไทยเป็นผู้บัญญัติคำว่า “โคริงกะ” ขึ้นมาเป็นคนแรก โดยท่านกล่าวไว้ว่า ความงามที่เรามองเห็นในธรรมชาติไม่ใช่เป็นเพียงแค่ความงามทางสายตา แต่เป็นพลังธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่สามารถเยียวยาจิตใจของมนุษย์ได้ เพราะเมื่อครั้งท่านยังมีชีวิตอยู่ ท่านเคยผ่านความทุกข์มามากมาย จึงเริ่มแสวงหาทางเยียวยาจากธรรมชาติด้วยการเริ่มต้นจัดดอกไม้ที่ปลูกไว้ในบ้าน ทำให้ค้นพบว่าพลังธรรมชาติสามารถช่วยให้ผ่านพ้นความทุกข์ได้ ท่านจึงนำประสบการณ์นั้นมาช่วยคนอื่นให้พ้นทุกข์และมีความสุขโดยเผยแพร่การจัดดอกไม้ออกไป

อ่านต่อ…

ร่วมแบ่งปันเรื่องราวดีๆ...

ความสุขสีเขียวบนดาวเคราะห์มอส  

“คนเมืองอย่างเรา ๆ นั่นแหละที่โหยหาธรรมชาติ”

แดดอ่อนๆ ยามเช้า ส่องผ่านเข้ามาภายในห้องกระจกสีขาวของร้านลิตเติ้ลทรีการ์เด้นทำให้ภายในอบอุ่นและถูกเติมแต่งไปด้วยสีเขียว แปลกที่ยามเช้าในวันธรรมดาของคนกรุงอย่างเราๆ สนใจจดจ้องมองแค่หน้าปัดนาฬิกาและวิ่งไล่ล่ารถเมล์สายสำคัญเพียงเพื่อการดำเนินชีวิตในแต่ละวัน หากแต่บนพื้นที่สีเขียวกว่า 4 ไร่ ริมแม่น้ำท่าจีนแห่งนี้ เสมือนดึงเราให้หันกลับมาใส่ใจนาฬิกาธรรมชาติที่อยู่รอบตัว

ศิริวิทย์ ริ้วบำรุง หรือวิทย์ ชายเจ้าของใบหน้าอ่อนเยาว์วัย 45 ปี ที่มี “ลูกๆ” มากมายกว่าหนึ่งพันกระถาง ยังไม่นับพืชพรรณในสวน รวมถึงเจ้ามอสบอล หรือ “โคเคะดามะ” บนจานสีสวยตรงหน้า

สิ่งมีชีวิตสีเขียวรูปทรงกลม เข้ากันดีกับต้นไม้ใบละเอียด รวมไปถึงการจัดวางเก๋ๆ ที่ทำให้เจ้าต้นเล็กดูซุกซน น่ารัก ให้ความรู้สึกสนุกเหมือนได้กลับไปสู่วัยเด็ก

“มันทำได้จริงโดยไม่จำเป็นต้องเป็นนักจัดสวน ไม่ต้องปลูกต้นไม้เป็น แม้แต่เด็กเล็กๆ ก็ยังทำได้”

อ่านต่อ…

ร่วมแบ่งปันเรื่องราวดีๆ...

แผนที่สู่ความสุขบนเส้นทางนพลักษณ์

ช่วงหนึ่งของชีวิตก่อนได้เจอนพลักษณ์ อัญชลี อุชชิน บอกว่าเธอรู้สึกบางช่วงเหมือนตัวเองเป็นคนบ้า  มักหงุดหงิดกับเรื่องเล็กๆ แค่เดินเข้าบ้านมาแล้วแม่ถามว่าวันนี้เป็นไงบ้าง

หรือย้อนกลับไปถึงตอนเรียนมหาวิทยาลัย เธอเข้าร่วมทำกิจกรรมทางสังคมกับกลุ่มเพื่อนนักศึกษา แต่ขณะเดียวกันก็หวงความเป็นส่วนตัว และเบื่อหน่ายรำคาญกับการต้องเข้าร่วมวงคุยกับใครต่อใคร

“คิดว่าเราเป็นโรคประสาทหรือเปล่า ชอบอยู่คนเดียว ไม่ชอบยุ่งกับใครและไม่ชอบให้ใครมายุ่ง แต่เวลาทำกิจกรรมมันมีจุดที่ต้องไปอยู่รวมกัน ไปร่วมประชุม ร่วมแก้ปัญหาสังคม ต้องอยู่ท่ามกลางคนเยอะๆ ต้องคุย  ด้านหนึ่งก็อยากเข้าร่วม ด้านหนึ่งก็อยากมีโลกส่วนตัว แต่พอมีนัดประชุมก็มาอีก  เดี๋ยวต้องการเข้าไปมีส่วนร่วมกับคนเยอะๆ เดี๋ยวต้องการออกมาอยู่คนเดียว บางวันรู้สึกว่าฉันบ้าหรือเปล่า เคยรู้สึกขนาดนั้น”

อ่านต่อ…

ร่วมแบ่งปันเรื่องราวดีๆ...