POD ART งานศิลปะที่หลุดจาก ‘คิด’

เรารู้จักธนชัย อุชชิน หรือป๊อด โมเดิร์นด๊อกในฐานะนักร้องผู้นำกระแสทางดนตรีมานานกว่า 20 ปี วันนี้เขาได้นำเสนออีกหนึ่งช่องทางในการถ่ายทอดความรู้สึกผ่านงานศิลปะ ในงานแสดงภาพวาด POD ART

มันเป็นการเปลี่ยนสื่อ ปกติทำงานเพลงก็จะปล่อยผ่านงานดนตรี แต่นี่เรามีอีกช่องทางหนึ่ง มันเป็นช่องทางที่เป็น Visual เป็นเรื่องของภาพ เราเป็นคนที่สนใจทั้งสองส่วน ก็เลยทำทั้งด้านดนตรีและศิลปะ แต่ศิลปะนี่ส่วนใหญ่เป็นงานที่ทำแล้วค่อนข้างอยู่กับตัวเอง ได้เผยแพร่บ้างตาม Social Media เช่น ig และ facebook พอถึงจุดหนึ่งที่เรารวบรวมงานที่ทำไว้ตลอด 3 ปี มันก็พอดีกับการที่จะจัดแสดงได้

ศิลปะที่ไม่เอาเรื่อง

เราแต่งเพลงไม่ได้ทุกวัน แต่รู้สึกว่าเราไม่อยากปล่อยความรู้สึกในแต่ละวันไปเปล่าๆ คือเพลงมันต้องพูดเรื่อง ใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร พอถึงจุดหนึ่งเราก็แต่งมา 6 ชุดแล้ว หัวข้อต่างๆ มันก็ค่อนข้างจะครอบคลุม ‘คิดถึง’ ก็เคยเขียนไปแล้ว ‘ขอบคุณ’ ก็เคยเขียนไปแล้ว ‘ปวดร้าว’ ก็เคยเขียนไปแล้ว ‘ชื่นใจ’ ก็เคยเขียนไปแล้ว แล้วรู้สึกว่าบางทีเราอยากจะหลุดออกจากเรื่องราว อยากจะไม่เอาเรื่อง เลยคิดว่าการที่เรามาระบายสีมันเป็นการถ่ายทอดอารมณ์ตรงๆ ลงไปกับเส้น กับสี กับทัศนธาตุ

บางคนจะแปลกใจกับคำว่าไม่เอาเรื่อง บางทีคนดูภาพมักจะถามหาเรื่อง หรือแม้เราไม่เอาเรื่อง คนก็หาเรื่องจนเจอ นี่ช้างใช่ไหม นี่วัว นี่ควาย นี่เป็ด นี่ปลา แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ได้บอกว่าผิดหรือถูกนะ คือศิลปะชิ้นหนึ่งมันเปิดโอกาสให้เป็นได้ 360 องศาเลย แต่ทีนี้โดยส่วนตัวของผู้ทำ อาจจะไม่ได้คิดถึงช้าง ม้า วัว ควายเลย แต่เรามีความสุขนะ ที่งานเรามันพาจินตนาการหรือความคิดของผู้ดูไปที่นั่น แต่โดยส่วนตัวเรา เราอยากหลุดจาก ‘คิด’ เราเลยทำงานศิลปะ

คิดมันเป็นธรรมชาติของมนุษย์ ทีนี้เราก็อยากจะหลุดจากคิด ในการหลุดจากคิด มันก็ยังมีคิดอยู่ อย่างน้อยก็มีคิดว่าสีอะไรต่อดี แต่มันก็มีบางเวลาที่ไม่ได้คิดด้วยในขณะเดียวกัน เช่น เวลาที่เราไม่ได้สนใจแล้วมือเราลากไป มันรู้สึก มันไม่ใช่สมองแล้ว มันเป็นใจ ใจมันบอก เราก็พยายามที่จะอยู่กับช่วงเวลานั้น แล้วงานที่มันหลุดจากคิด รู้สึกว่ามันจะไหลลื่นนะ หมายถึงนี่คือประสบการณ์ของผู้ทำนะ งานชิ้นไหนที่มันไหลลื่น มันไม่กลัว มันไม่กังวล มันไม่คิดมาก มีความสุข งานมันสะท้อนความสุขนั้นออกมา

 

การเจริญสติมีส่วนอย่างไรในการทำงานสร้างสรรค์

สตินี่ถ้าตามภาษาที่เรียนมา หนังสือที่อาจารย์เขียนอยู่เล่มหนึ่ง สติคือธรรมเอก แล้วก็เชื่ออย่างนั้นจริงๆ คือเป็นเหมือนหัวใจ หัวใจของทุกอย่าง เราคิดถึงขั้นที่ว่า ศักยภาพของมนุษย์วัดกันที่คุณภาพสติเลย เพราะมันเป็นเหมือนการรู้ สติคือการรู้ รู้ขณะที่มันเกิดขึ้น มันเป็นการเท่าทัน ซึ่งให้ประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตมากที่สุดเลย จนถึงลมหายใจสุดท้าย

เคยสังเกตอยู่ครั้งหนึ่งตอนระบายสี แล้วเปิดเพลงใน You Tube ให้มันเล่นไปเอง เราลืมที่จะเป็นผู้เลือก แล้วทำไมเรารู้สึกเราถูกดัน คล้ายๆ มันมีความอึดอัดบางอย่าง แล้วนึกขึ้นได้ โอ้เพลงมัน ตึ้ง ตึ้ง ไปแล้ว แสดงว่าคลื่นหรือสิ่งรอบต้วมันมีผลกระทบกับเรา เราอาจจะไม่มีสติตอนนั้น อะไรที่มันครอบเราอยู่เราก็ปล่อยออกไปทันที เลยกลับมาที่ตัวเอง แล้วก็เลือก แล้วก็เปลี่ยนเพลงไม่ต่างกับชีวิตประจำวัน บางทีคนนั้นนินทาเรา คนนี้ด่าเรา หรือเราไปอยู่ในพื้นที่ที่รถติดแล้วมันก็กระทบเราไปหมด เวลาเราจมเข้าไปในสถานการณ์บางอย่าง ถ้าเรารู้ตัว เราจะหลุดออกมาจากมันได้ง่าย แต่ถ้าเราไม่มีสติดูแลตัวเอง เราอาจจะเป็นคนจมๆ กดๆ อยู่ตลอดเวลา เราก็ไม่สามารถที่จะทำอะไรที่มันสร้างสรรค์ได้ดีนัก การมีสติทำให้เราประคองชีวิตได้แบบสมดุลของเรา มันทำให้จิตเราว่าง แล้วจะมีพื้นที่ว่างพอที่จะไปทำอะไรที่มันสร้างสรรค์ พร้อมจะไปทำอะไรใหม่ๆ ที่ดีๆ

แชร์เลย~
0
เครือข่ายที่เกี่ยวข้อง
Simple Follow Buttons
Simple Share Buttons
ปิดโหมดสีเทา