แปรความทุกข์เป็นความหวังด้วย Transformation Game

Transformation Game คิดค้นโดย จอย เดรก และ เคธี่ ไทเลอร์ (Joy Drake and Kathy Tyler) เมื่อ 40 กว่าปีมาแล้ว และเกิดเป็น Transformation Game Workshop ครั้งแรกที่ชุมชนฟินด์ฮอร์นเมื่อราวปี ค.ศ.1978 ชุมชนฟินด์ฮอร์นนับได้ว่าเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางจิตวิญญาณในสกอตแลนด์ (www.findhorn.org) โดยต้องการที่จะนำประสบการณ์การเรียนรู้ของชุมชนฟินด์ฮอร์นออกมาแบ่งปันกับคนทั่วโลก โดยใช้กระบวนการเกมในการเข้าถึงการตื่นรู้ แรงบันดาลใจหนึ่งของการสร้างเครื่องมือนี้ขึ้นมาในรูปแบบเกม

ก็คือรูปแบบการเดินเกมเหมือนกับพระธิเบตบวชใหม่ที่จะต้องเข้าไปเดินภาวนาในมันดาลา (Mandala) โดยมีพระผู้ใหญ่ล้อมรอบ ซึ่งการเดินในมันดาลาคือการจำลองชีวิตที่มนุษย์แต่ละคนจะต้องเจอ เกมนี้ถูกส่งออกไปทั่วโลกและเข้ามาในเมืองไทยครั้งแรกเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว ขณะนี้มีกระบวนกรเกมที่ได้รับการรับรองจากชุมชนฟินด์ฮอร์นให้จัดเกมนี้นับพันคนทั่วโลก และมี 19 คนในเมืองไทย

คุณอุ๊ กฤตยา ศรีสรรพกิจ 1 ใน 19 กระบวนกรเกมที่ผ่านการรับรองจากชุมชนฟินด์ฮอร์น เล่าให้ฟังว่า Transformation Game เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ช่วยให้ผู้เล่นเกมได้สะท้อนชีวิตตนเองจากการเดินบนกระดานเกมที่เป็นแบบจำลองชีวิต ทางเดินที่เต็มไปด้วยการตระหนักรู้ การให้และรับความช่วยเหลือ อุปสรรค ความเจ็บปวด ความซึมเศร้า การอวยพร การชื่นชม นางฟ้า ปาฏิหาริย์ และการพลิกชีวิต เปิดโอกาสให้ผู้เล่นได้สำรวจพฤติกรรม ความรู้สึก ความคิด ทัศนคติ ความเชื่อ และศรัทธาของตัวเองในสถานการณ์ต่างๆ ทั้งยังได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์ที่หลากหลาย และได้เลือกว่าต้องการจะให้ชีวิตของตัวเองดำเนินไปอย่างไร การเรียนรู้ที่สำคัญๆ ไม่จำเป็นจะต้องเต็มไปด้วยความเครียดและความกดดันเสมอไป เกมนี้จะชวนให้เราได้ลองเรียนรู้เรื่องที่ยาก จริงจัง และมีความหมายกับเรา ด้วยการเปิดรับทั้งความเจ็บปวด น้ำตา รอยยิ้ม และเสียงหัวเราะ

ในแต่ละครั้งของการเล่น Transformation Game กระบวนกรจะให้ ‘มุ่งเน้นทีละเป้าหมาย ทีละเรื่อง ตามความสำคัญ ในกระบวนการตั้งเป้าหมาย กระบวนกรจะชวนผู้เล่นจัดลำดับความสำคัญว่าครั้งนี้จะเลือกเรื่องอะไร อะไรสำคัญ เร่งด่วน หรือเป็นจุดเริ่มต้นในตอนนี้ ตอนนี้อยู่ตรงไหน ความเป็นจริงกับเป้าหมายห่างกันแค่ไหน แล้วอนาคตอยากจะไปตรงไหน Transformation Game เล่นได้ทั้งเป็นกลุ่ม เป็นทีม เป็นองค์กร กลุ่มละ 2-4 คน โดยให้ตั้งเป้าหมายร่วมกัน โดยแต่ละคนเลือกได้ว่าจะไปถึงแค่ไหน มีเป้าหมายเพื่อให้ผู้เล่นได้ค้นพบตัวเอง โดยเกมเป็นเสมือนกระจกสะท้อนชีวิตให้ผู้เล่นได้เข้าใจตัวเองรู้จักตัวเองมากขึ้น และรักตัวเองได้มากขึ้นตามความเชื่อของตัวเอง ไม่ใช่เชื่อตามความเชื่อของชุมชนฟินด์ฮอร์น

ในการเล่นเกมแต่ละครั้งจึงเหมือนเป็นโอกาสให้ผู้เล่นได้มีเวลามานั่งทบทวนชีวิต ดูตัวเองว่าชีวิตของเขาเป็นอย่างไร อะไรที่ชอบและอยากเก็บไว้ อะไรที่ไม่ชอบ และอยากปลดปล่อยไป ผู้เล่นแต่ละคนจะเป็นผู้กำหนดเป้าหมายของตัวเองในการเล่นเกม เหมือนเป็นเข็มทิศให้แต่ละคนในแต่ละครั้งที่เล่นว่า พวกเขาอยากจะรู้จักตัวเองในแง่มุมใด หรือมีคำถามอะไรที่อยากจะค้นหาตัวเองบ้าง อาจจะเป็นคำถามเช่น เป้าหมายชีวิตของฉันคืออะไร ฉันควรจะเปลี่ยนงานดีไหม ฉันควรจะเลือกคบแฟนคนไหนดี หรืออาจจะเป็นการสำรวจอะไรบางอย่าง เช่น ช่วงนี้ชีวิตรู้สึกไม่ค่อยมีเรี่ยวแรง ไม่มีแรงบันดาลใจ อยากจะค้นหาว่าตอนนี้กำลังเกิดอะไรขึ้นกับตัวเรา อาจจะเป็นการอยากละทิ้งอะไรบางอย่าง ละทิ้งความโกรธต่อใครบางคน ต่อสถานการณ์บางอย่าง หรืออยากให้อภัยใคร ให้อภัยเรื่องอะไร อะไรที่เราอยากจะทิ้ง อะไรที่เราอยากจะเพิ่มขึ้นมา เราอยากจะมุ่งเน้นเรื่องอะไร หรืออยากจะค้นหาแนวทางการใช้ชีวิตอย่างสงบร่มเย็นมากขึ้น เพิ่มความสุขภายในให้ตัวเองมากขึ้น

นอกจากนี้เกมยังเป็นกระจกสะท้อนให้รู้ว่า อะไรที่เราทำได้ดีอยู่แล้ว และอะไรที่เป็นอุปสรรค แต่โดยรวมแล้วในเกมนี้ คำถามทุกคำถามไม่ได้มีคำตอบให้ เพราะไม่ใช่ไพ่หมอดู ไม่ใช่ไพ่ยิบซี แต่จะยิ่งมีคำถามเพิ่มให้อีก การที่จะไปถึงคำตอบนั้น ผู้เล่นจะต้องถามคำถามเพิ่มขึ้นอีก เพราะไพ่ทั้งหมดจะเป็นคำถาม และกระบวนกรเกมอย่างคุณอุ๊จะเป็นผู้ตั้งคำถาม เป็นคนชวนคุย ชวนดูมุมนั้นมุมนี้ พลิกแง่มุม กลับหัวกลับหางในหลายๆ ด้าน เกมจะช่วยขยายมุมมองต่อศักยภาพภายในของตนเองให้ผู้เล่นได้ค้นพบญาณหยั่งรู้ ก้าวข้ามอุปสรรค ก้าวข้ามความขัดแย้งที่กำลังเผชิญและได้ค้นพบคำตอบโดยพึ่งพาปัญญาภายในของตนเอง จะว่าไปกระบวนกรเกมก็ทำหน้าที่คล้ายกับเป็น Life Coach (ผู้ให้คำปรึกษา) ที่ช่วยดึงศักยภาพของ Coachee (ผู้มาปรึกษา) โดยมี Transformation Game เป็นเครื่องมือช่วย และกระบวนกรทำหน้าที่ตั้งคำถาม ให้ผู้เล่นหาคำตอบและหาทางออกให้ตัวเองได้ในที่สุด 

ความสุขจากการผันตัวมาเป็นกระบวนกรเกม

“ความสุขที่อุ๊ได้จากเกมคือ ได้ความหวัง ทุกปัญหามีทางออก ทุกสิ่งที่เราเจอถูกส่งมาเพื่อสอนเรา” ยกตัวอย่างเช่น การเล่นเกมสะท้อนให้เห็นความทุกข์ความเจ็บปวดของชีวิตที่ตกทอดจากพ่อแม่ ซึ่งตกทอดมาจากปู่ย่าตายาย เช่นโรคซึมเศร้าที่ทำให้คิดอยากฆ่าตัวตายสืบต่อกันมา การเล่นเกมช่วยให้เขาตื่นรู้และค้นหาตัวตน เพื่อที่จะหยุดชะตากรรมการเกิดเหตุนั้นอีก เพื่อไม่ให้ตกทอดไปสู่รุ่นลูกรุ่นหลานของเขา และนี่เองคือความสุขลึกๆ ของคุณอุ๊ ที่ได้ช่วยแปรความทุกข์เป็นความหวัง จนในที่สุดก็ช่วยให้ผู้ที่มาเล่น Transformation Game กับเธอพลิกความทุกข์ให้กลายเป็นความสุขอันพึงจะมีได้ 

กระบวนกรเกมคือหัวใจของการ Transform (แปรเปลี่ยน) และมีผลต่อผู้เล่นโดยจะทำให้ผู้เล่นรู้สึกกล้าเปิดใจ ทำให้คนที่ชีวิตยังไม่มีคำตอบ เจอคำตอบ ทำให้ตัวเองไว้วางใจกระบวนการในเกม ไว้วางใจชีวิตได้มากขึ้น ตอนเปิดการ์ดมาครั้งแรกอาจรู้สึกว่ามันไม่เห็นเกี่ยวเลย แต่จากประสบการณ์ตรงของคุณอุ๊ คุณอุ๊เชื่อว่าเดี๋ยวมันจะเกี่ยว มันเกี่ยวแน่ๆ เพียงแต่ยังไม่เห็นในทันที มันจึงเป็นการวางใจถ้ายังไม่เกี่ยว เดี๋ยวจะเกี่ยว ยังไม่เห็น เดี๋ยวจะเห็น ยังไม่เห็นวันนี้ เดี๋ยววันหน้าก็จะเห็น มีหลายครั้งตอนเล่นเกมทั้งของตัวเองและของคนอื่น บางทีขณะเล่นเกมยังไม่เข้าใจ แต่พอเล่นไปเรื่อยๆ ผ่านไปหลายเดือนหลายปี ก็จะเข้าใจว่าเกี่ยวข้องกันอย่างไรกับเรื่องนี้

ใน Planetary Game ซึ่งเป็น Transformation Game รูปแบบที่มีขนาดใหญ่ขึ้น มีหลายครั้งที่เล่มเกมจบไปหลายเดือนหลายปี แล้วเกิดเหตุการณ์แบบเดียวกันในเกมขึ้นจริงๆ เช่น เมื่อ 2 ปีที่แล้วคุณอุ๊ไปเล่นเกมที่บราซิล ตอนนั้นแบ่งเป็นทีม Leadership (ความเป็นผู้นำ) ทีม Environment (สิ่งแวดล้อม) ทีม Relationship (ความสัมพันธ์) และทีม Subtle World (โลกอีกมิติหนึ่ง) ตอนนั้นทีม Leadership สร้างปัญหา ทำให้ทีมอื่นๆ เข้าสู่ความซึมเศร้า เป็นทีมที่มาสายเพราะตัวแทนไปนอนกลางวันแล้วไม่ตื่น หลังจากเกมจบไป 5-6 เดือน ก็เกิดเหตุการณ์จริงขึ้น การเมืองของบราซิลก็เป็นแบบนี้เลย ผู้นำมาไม่ทันทำให้ตัดสินใจเรื่องสำคัญไม่ได้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเกม ใครได้การ์ดอะไรมาจะให้ใครที่ไหนก็ได้ ซึ่งส่วนใหญ่เขาก็จะให้การ์ดความตระหนักรู้ ให้การ์ดการอวยพร ให้สิ่งดีๆ ให้แก่กัน แต่ในเกมนั้น ผู้นำทีม Leadership ตัดสินใจที่จะแจกการ์ดความเจ็บปวดของตัวเองให้กับทุกคนที่ร่วมเล่นเกม โดยแจกให้ทีม Relationship ทีม Environment และทีม Subtle World แล้วทุกทีมก็รับการ์ดความเจ็บปวดนั้นโดยไม่รู้ว่ารับทำไม รับไปแบบงงๆ รับโดยไม่คิดว่าเขาจะให้ กระบวนกรเกมก็ย้ำว่าไม่รับก็ได้นะ นั่นสะท้อนสถานการณ์จริงที่ผู้นำแจกจ่ายผลกระทบที่เกิดจากความผิดของตัวเองให้คนอื่นๆ แล้วคนอื่นๆ ก็รับมาทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่ารับมาทำไม ไม่รับก็ได้นี่ ตอนยุคสงครามอิรัก ผลของการเล่นเกมที่ฟินด์ฮอร์นก็สะท้อนสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้นในโลกเช่นเดียวกัน

กระบวนกรเกมกับความสำเร็จในเกม

การเล่นเกมจะประสบความสำเร็จหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับตัวกระบวนกรว่ามีประสบการณ์มากน้อยแค่ไหน คุณอุ๊เล่าว่าจริงๆ แล้วเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างกระบวนกรและผู้เล่น คนทั้งคู่จะได้เท่าที่พร้อมจะเปิดรับ ไม่สามารถนิยามได้ชัดๆ ว่าสำเร็จหรือไม่สำเร็จ จะได้มากได้น้อย ก็ขึ้นอยู่กับความพร้อม ขึ้นอยู่กับความเต็มใจในการทำงานร่วมกันของกระบวนกรกับผู้เล่น แล้วก็แทบทุกครั้ง แทบทุกคนจะมีบางจุดที่มีการต่อต้าน ‘แรงต้านเป็นเรื่องปกติของกระบวนการ Transformation’ ถ้าเปิดไพ่มาแล้วตอบได้ง่าย ๆ มันมักจะไม่ใช่เรื่องใหม่ มักจะเป็นเรื่องเดิมที่รู้อยู่แล้ว ส่วนตอนที่ตอบไม่ได้ ตอนที่มีการต่อต้านภายในว่าไม่ใช่ ฉันไม่พร้อมที่จะคุย ตอนที่มีแรงต้าน ตรงนี้นี่แหละที่เป็นสัญญาณบอกว่า จะมีการเปลี่ยนผ่าน เปลี่ยนแปลง ก็เป็นเรื่องปกติ หรือบางทีอาจจะไม่แรงตอนนี้ แต่อาจจะต้องเก็บไว้ บ่มเพาะไว้ จนกว่าจะถึงเวลาที่เหมาะสมของแต่ละคน

กระบวนกรเกมกับความตื่นรู้

ความตื่นรู้ของคุณอุ๊ที่ทำเกมนี้คือ ‘ชีวิตเป็นโอกาส’ คุณอุ๊สนใจเรื่องการปฏิบัติธรรมด้วย และถือว่าเป็นส่วนสำคัญของชีวิต เธอเคยบวชเป็นแม่ชีอยู่ที่วัดโสมนัส จ.สกลนคร และปฏิบัติในสายของหลวงพ่อเทียน และที่สำคัญเธอเคยคิดว่าจะไม่สึกด้วยซ้ำ เพราะเชื่อว่าวิถีของการเป็นนักบวชน่าจะเป็นแนวทางแห่งการตื่นรู้ของตัวเอง แต่แล้วก็มีเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้คุณอุ๊ต้องกลับมาดูแลคุณแม่ขณะที่น้องชายยังคงบวชอยู่ Transformation Game นี้ช่วยให้คุณอุ๊เห็นว่า ชีวิตประจำวันของเธอก็มีโอกาสตื่นรู้ได้เหมือนกัน ไม่จำเป็นต้องอยู่ในวิถีนักบวชแบบนั้นก็ได้ มันมีโอกาสเติบโตในทุกช่วงเวลา ในเหตุการณ์เล็กๆ คือไพ่ต่างๆ คือเหตุการณ์ในชีวิตประจำวัน เรื่องเล็กน้อยที่คนเรามักจะมองข้ามไปนั้น เป็นโอกาสได้ตลอดเวลา สิ่งต่างๆ ที่เข้ามาในชีวิตของคนเรา ก็เป็นโอกาสให้คนเหล่านั้นตื่นรู้ได้ถ้าเลือกที่จะใช้เพื่อการตื่นรู้อย่างมีสติมีความหวัง และการเล่นเกมก็สามารถเป็นหนทางหนึ่งที่ใช้ค้นหาความสุขจากภายในได้เช่นเดียวกัน กระบวนการทำ Transformation พอเป็นเกมก็รู้สึกผ่อนคลายขึ้น มีผลต่อคนเล่น เพราะด้วยความที่เป็นเกม จึงเอื้ออำนวยให้มีความเบาสบายขึ้นแม้ว่าจะเป็นการตั้งเป้าหมายกับเรื่องยากๆ ในชีวิตก็ตาม เรื่องยากๆ เรื่องสำคัญไม่จำเป็นต้องเหนื่อยหนัก ทุกข์ทน และไม่ต้องเครียดขนาดนั้นก็ได้ เราเลือกที่จะอยู่กับมันได้อย่างสบาย ปลอดโปร่ง และเปิดใจมากขึ้นได้เช่นกัน

คุณอุ๊ฝากบอกสำหรับคนที่ยังไม่รู้จัก Transformation Game ว่า เกมนี้เป็นเครื่องมือหนึ่งที่เป็นตัวช่วย เป็นกระจกบานหนึ่งที่ช่วยสะท้อนเรา เป็นโอกาสอย่างหนึ่ง เป็นตัวช่วยอย่างหนึ่งที่มีคนออกแบบมาเพื่อช่วยสะท้อนศิลปะการใช้ชีวิตของเรา ในเกมนี้การ์ดต่างๆ เกิดจากการระดมความคิดเห็นของกระบวนกรจากหลายๆ ที่จากคนที่เป็นโค้ช (Coach) เป็นที่ปรึกษา (Counseling) เป็นนักบำบัด (Therapist) ที่มาคิดร่วมกันว่า

  • มนุษย์เราเจอจุดติดขัดอะไรบ้าง เอามาเป็นการ์ดความถดถอย (Setbacks)
  • เรามีทรัพยากรอะไรบ้าง เอามาเป็นการ์ดความเข้าใจ (Insights)
  • คุณสมบัติอะไรที่มีอยู่แล้วในสรรพสิ่ง ในโลก อะไรที่มีอยู่แล้วตามธรรมชาติ เอามาเป็นการ์ดนางฟ้า (Angel Card) เอามาเป็นตัวช่วยที่เกิดจากการวิเคราะห์ กลั่นกรอง สั่งสมประสบการณ์มาหลายชั่วอายุคน

ผสมผสานศาสตร์แต่ละอย่างลงตัวจนกลายมาเป็นของเล่น เป็นเกมหนึ่งที่ทำให้มนุษย์เราได้เรียนรู้และเห็นว่า ‘ชีวิตก็คือเกม’

กระบวนกรเกมกับการเปลี่ยนแปลงโลก

คุณอุ๊เคยทำงาน NGO (องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร) มาก่อน เป็นองค์กรภาคสังคมที่ทำหน้าที่ชวนคนรุ่นใหม่มาเป็นผู้ประกอบการภาคสังคม คุณอุ๊จึงฝันถึงการเปลี่ยนแปลงโลกให้ดีขึ้น แล้วพบว่าการเปลี่ยนแปลงต้องเริ่มจากระดับบุคคล คุณอุ๊ปรารถนาที่จะทำงานโดยใช้เกมนี้ในกระบวนการเปลี่ยนผ่านของโลก โดยประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดงาน The Planetary Game ในปี พ.ศ.2561 ด้วยความหวังว่ากระบวนการแบบนี้จะช่วยสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของโลกซึ่งต้องการความช่วยเหลือจากทุกทิศทาง และในอีก 10 ปีข้างหน้าประเทศไทยจะอยู่ในช่วงของการเติบโตจากวัยรุ่นไปสู่ผู้ใหญ่ จะมีการยกระดับในหลายๆ เรื่อง จึงต้องการตัวช่วยในทุกรูปแบบที่สำคัญต้องการการเติบโตของสมาชิกในชุมชนไทยของเรา เวทีแห่งนี้จะเป็นตัวช่วย เป็นกระบวนการที่ทำให้ตัวเรากับโลกไม่ได้แยกออกจากกัน เพราะเธอเชื่อว่าเวลาคนคนหนึ่งเปลี่ยนย่อมส่งผลมากกว่าแค่คนคนเดียว เรากับธรรมชาติเป็นหนึ่งเดียวกัน เช่น ถ้าคุณอุ๊เปลี่ยน ก็จะส่งผลให้คนรอบข้างเปลี่ยนด้วย เวลาเราร้อน รอบตัวเราก็ร้อน เวลาเราเย็น รอบตัวเราก็เย็นไปเองโดยธรรมชาติ โลกนี้จะเป็นสุขได้ ก็เริ่มจากตัวเราที่เป็นสุขนั่นเองz

 


 

ผู้ที่สนใจ Transformation Game สามารถติดตามข่าวสารได้จาก https://www.facebook.com/TransformationGameThailand

แชร์เลย~
0
เครือข่ายที่เกี่ยวข้อง
Simple Follow Buttons
Simple Share Buttons
ปิดโหมดสีเทา