หัวใจอาสาหาบ้านให้สัตว์พักพิง

โก๋เอ็ม กิตติพงษ์ คำสาตร์ นักร้องแรปเปอร์วง Buddha Bless ผู้บอกว่า ถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับอาสาช่วยสัตว์บอกได้เลย พร้อมจะมาเสมอ ขยันมากกว่างานร้องเพลง งานศิลปะ เสียอีก

จุดเริ่มต้นของหัวใจอาสาหาบ้าน

ช่วงเริ่มเป็นนักร้อง เอ็มย้ายมาอาศัยที่ห้วยขวาง เริ่มดูแลสุนัขจรจัดแถวซอยบ้าน จนคนแถวนั้นรู้ทั่วกันว่าเป็นสุนัขของเอ็ม มีตัวไหนเป็นอะไรจะมาบอกเสมอ จากนั้นร่วมกับเพื่อนๆ ทีมอาสาเริ่มช่วยกันหาบ้าน ดูแลรักษาสัตว์ที่เจ็บป่วย ต่อมาเห็นว่าจำนวนสุนัขถูกทิ้งมีแต่เยอะขึ้น บางตัวถูกปล่อยที่วัด เจ็บป่วยไม่มีใครช่วยเหลือรักษา เลยหาวิธีและช่วยกันทำหมันสุนัขจรจัดเพื่อไม่ให้จำนวนเพิ่ม ตอนที่ทำมีทั้งเสียงชื่นชมและต่อต้าน เป็นเพราะตอนนั้นทำแบบลูกทุ่ง จับได้และผ่าทำหมันตรงนั้นเลย ภายหลังทีมเราหาวิธีแก้ไขโดยทำการผ่าตัดกันที่โรงพยาบาลสัตว์ หรือคลินิกสัตว์ให้เรียบร้อยขึ้น

ในช่วงตอนน้ำท่วมกรุงเทพ ได้รวบรวมของลงเรือไปเพื่อช่วยเหลือสัตว์ เอาน้ำเอาอาหารไปให้ มีบางคนไม่เข้าใจ ต่อว่า ทำไมไม่ช่วยเหลือคนก่อน บางคนมาดึงเอาน้ำไปจากเรือ ทำให้กระทบความรู้สึก มีการแบ่งแยกการช่วยคนและสัตว์ ตอนนี้เลยเน้นที่จะช่วยเหลือสัตว์มากขึ้น ถัดมาเริ่มทำรายการทีวี หมากาพย์ หมาจร ซึ่งตรงนี้ให้ประโยชน์มาก มีความรู้เยอะ ได้รู้จักคุณหมอเฉพาะทาง เช่น หมอกระดูก หมอระบบประสาทของสัตว์ รวมทั้งได้รู้จักยารักษา อุปกรณ์ของใช้สำหรับดูแลสัตว์ ส่งผลให้ทุกวันนี้หากมีปัญหาจะได้รับความช่วยเหลืออยู่ตลอด ตรงจุดนี้ก็ได้ร่วมสนับสนุนให้เกิด พรบ.พิทักษ์สัตว์ด้วย

 

สำหรับสัตว์ที่หาบ้านให้ไม่ได้ อย่างสุนัขสีดำไม่ค่อยมีคนรับเลี้ยงจะรับมาอยู่ด้วย ต่อมามีเลี้ยงหลายตัวมากขึ้น เริ่มมีหมูป่า แพะ พอได้เลี้ยงและรู้จัก ทั้งหาความรู้เพิ่ม อย่างหมูเป็นสัตว์ที่มีระบบความคิดซับซ้อน เทียบเท่าคนคือเด็กอายุ 3 ขวบ สามารถฝึกหมูได้ คราวนี้พื้นที่เริ่มไม่พอสำหรับบ้านที่ห้วยขวาง เวลาสัตว์ส่งเสียงร้องจะมีเสียงดังรบกวนเพื่อนบ้าน จึงได้หาพื้นที่เพี่อให้กว้างขึ้น และย้ายสัตว์เหล่านี้ไปพักอาศัยที่นั่นแทน

 

บ้านที่รับเลี้ยงต้องพร้อมจริงๆ

คนส่วนใหญ่จะเห็นว่าสัตว์เลี้ยงน่ารักเลยนำมาเลี้ยง โดยที่ไม่มีความรู้ในการเลี้ยงหรือเลี้ยงแบบปล่อยๆ พอถึงเวลาไม่น่ารักเหมือนเดิมหรือไม่พร้อมดูแลรักษาก็ปล่อยทิ้งไป ที่ผ่านมาการหาบ้านให้สัตว์ ใครมาขอรับเลี้ยงจะให้หมด สุดท้ายปรากฎว่าเหมือนเป็นตราบาป คือบางคนรับแมวไปเลี้ยงแล้วเลิกกับแฟนทิ้งแมวไป มีปัญหาไม่บอก เรา แต่ปล่อยทิ้งเขาไปเลย ทั้งๆ ที่บอกกันไว้แล้ว เกิดอะไรให้ปรึกษากัน คุยกันได้ตลอด เลี้ยงต่อไม่ได้นำมาคืนได้

ดังนั้น การช่วยเหลือสัตว์เหล่านี้จะยึดหัวใจสัตว์เป็นสำคัญ คนที่ติดต่อขอรับไปเลี้ยง มีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ ขอให้ส่งรูปบ้านมา แต่จริงหรือเปล่าไม่แน่ใจ บางทีเป็นนักเรียน นักศึกษา อาจจะไม่พร้อม การที่จะเลี้ยงสัตว์ต้องมีความพร้อม ต้องมีเงินในระดับหนึ่งไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น สำหรับคนที่รับไปเลี้ยงต้องมีบ้านรั้วรอบขอบชิด นอนในบ้านไม่โดนยุง การตั้งไว้อย่างนี้มีเหตุผล ถ้าไม่มีรั้วมันจะวิ่งหลุดไปโดนรถชน

 

ที่ผ่านมา เพื่อนอาสาในวงการชักชวนให้ออกงานแสดงสัตว์เลี้ยง ทางงานให้พื้นที่ฟรีเพื่อให้กลุ่มอาสา การประกาศหาทางสื่อโซเชียลอย่างเดียวไม่พอ ไปแล้วได้รับผลตอบรับดี และเพจ Gluta Story ซึ่งเป็นรุ่นน้องที่รู้จักกันอยู่แล้ว ได้ถ่ายภาพช่วยลงข้อมูลออกงาน คนที่ติดตามเพจนี้ก็จะเป็นคนรักและเข้าใจเรื่องสุนัขจรจัด นี่เป็นอีกวิธีที่ช่วยหาบ้าน การออกงานดีทำให้ได้พบเห็นหน้าค่าตาของคนที่รับ เราต้องหาวิธีการอีกไปเรื่อย เช่นในต่างประเทศพาเดินไปตามที่ทำงานต่างๆ

 

ถ่ายทอดความรู้สึกของสัตว์ผ่านงานศิลปะ

งานศิลปะทำมาก่อนการร้องเพลง ตอนนี้ทำงานศิลปะโดยเอาเรื่องจริงๆ ในอุตสาหกรรมสัตว์ มาเล่าในงานศิลปะ ค่อยๆ พยายามหาลายเส้น เล่าผ่านภาพเรื่อยๆ ก่อนหน้าเคยคิดจะเล่าในเพลง เล่ายาก แต่งเพลงไม่ได้ แต่งได้ก็ไม่ได้เข้าถึงอารมณ์คน การใช้งานศิลปะ การใช้ภาพบวกแนวคิดและแรงบันดาลใจ ถ้าได้เล่าให้ฟังจะเข้าถึงอารมณ์ได้มากกว่า เข้าถึงความรู้สึก คือเอาสัตว์มาทำให้เป็นยาหวาน ทานง่าย ภาพงานเป็น ‘ป็อปอาร์ต (Pop art)’ คนไม่ถามก็จะไม่ค่อยรู้ คนทั่วไปจะมองว่าสวยดีมีสีสันเอาไว้ถ่ายรูป แต่จริงๆ มีเนื้อหาแฝงด้วย สื่อได้ทุกภาพ ลายเส้นเป็นเนื้อ สรีระ เรื่องอวัยวะภายในของสัตว์ ภาพวาดเกิดมาจากนึกถึงรถขนสัตว์ จะทำอารมณ์ให้คนดูแล้วนึกถึงความร้อนของรถขน การที่ถูกทับและแออัด

เราคิดงานเพื่อจะสื่อสาร และขายรูปเพื่อจะเอาเงินมาทำอะไร การวาดภาพมีเป้าหมายชัดเจน จะไม่วาดทิ้งไว้เฉยๆ งานต้องออกมาและขายได้ การออกงานแสดงภาพทำให้ได้เงินก้อน มาเพื่อเลี้ยงดูสัตว์ ไม่ใช่แต่ที่ไร่ แต่ใช้ในชีวิต รวมถึงภาระเรื่องสัตว์อื่นๆ อีกเยอะ การหาเงินช่วยเหลือสัตว์เหล่านี้ไม่อยากที่จะเรี่ยไรเงินคน มีคนแนะนำให้ทำมูลนิธิ แต่มีรุ่นพี่และเพื่อนที่เปิดมูลนิธิเยอะมาก เลยรู้ถึงปัญหาของมูลนิธิคืออะไร เราไม่มีจริตหรือความพร้อม มูลนิธิไม่ได้เหมาะ หรืออาจไม่ใช่ตอนนี้

 

บ้านไร่ลุงเอ็มคืออะไร

บ้านไร่ลุงเอ็มไม่ใช่บ้านเสียทีเดียว แต่ยังไม่รู้คืออะไร พึ่งเริ่มไม่นาน กำลังวางระบบงาน สร้างบ้าน มีห้องนอนหมู ห้องน้ำหมู เป็นช่วงเตรียมสถานที่ อยู่จังหวัดราชบุรี หน้าหลังเป็นไร่มัน ภูเขา ตั้งอยู่เส้นทางเลี่ยงเมือง สัตว์ในไร่ตอนนี้ไม่ใช่อย่างที่ตั้งใจไว้ มีคนเอาหมาเอาแมวมาทิ้งกันที่ไร่หน้าบ้านด้วย รวมกับสัตว์อื่นแล้วประมาณ 40-50 ตัว

ที่บ้านไร่มีคนอยากเข้ามาเยอะมาก แต่เข้ามาเพราะความสนุก ถ่ายรูปกับพิกุล ถ่ายรูปกับหมาแมว อยากมาช่วยงานศิลปะ อยากมาทำงานศิลปะ เข้ามาที่นี่สัตว์เป็นใหญ่ ความรู้สึกสัตว์มาก่อน มีคนถาม เมื่อไหร่จะเปิดร้านกาแฟ ก็ไม่ใช่ร้านกาแฟ อยากไปกินกาแฟ ก็ไม่ใช่ร้านกาแฟ จะไปอุดหนุนของ ไปซื้อที่ราชบุรีสิ มีขายแต่ก็ไม่ใช่ พูดไม่ถูกว่าเป็นอะไร ถึงมีสัตว์ มีหมาแมว แต่ใครจะมาเล่นกับหมาแมวผมได้ไหม ก็ไม่ได้ ไม่ให้โดนด้วยซ้ำไป จะมาอุ้มหมา อุ้มแมว หรือเล่นต้องได้รับอนุญาตก่อน ทำอะไรไม่ได้นอกจากยืนดู ห้ามให้อาหารด้วย

เพราะความที่มีทั้งคนเข้าใจและไม่เข้าใจ มีคนพาลูกหลานมาการเล่นกับหมาแรงๆ สำหรับเอ็มไม่ใช่ ต้องมีผู้ปกครองให้การชี้แนะอะไรบางอย่าง รู้สึกว่าถ้าคนเยอะ มันจะแย่แน่ๆ อย่างการให้อาหาร ปกติถ้าให้อาหารแพะมากเกิน รู้ไหมว่าจะมีผลต่อกระเพาะอาหารของแพะ เวลาสัตว์พวกนี้มีปัญหา ตายไปเขาไม่ได้เอามาให้ดู ความจริงโหดร้าย เป็นเพราะได้รับมาเลี้ยง ได้ศึกษาจึงเข้าใจ รู้จักว่า พิกุล ปิกาโร่ นิสัยยังไง โชกุนนิสัยยังไง

 

ตอนนี้ที่มาเป็นคนรู้จัก เพื่อนศิลปิน จึงเล่นกับสัตว์พวกนี้ได้ สิ่งที่คนมาที่นี่มีความเปลี่ยนแปลง มาบอกว่าเดี๋ยวนี้ไม่กินหมูแล้วนะ เพราะได้เล่นกับ พิกุล สุนทรี มันน่ารัก ตั้งแต่ดูแลโชกุน ไม่กินหมูแล้ว และไม่กินเนื้อด้วย นี่คืออะไร นี่ใช่ร้านกาแฟ หรือนี่ไม่ใช่ร้านกาแฟ การได้เล่นด้วยถึงได้รู้ว่ามันฉลาด มันเป็นศูนย์เรียนรู้หรือเปล่า ไม่รู้เคยเห็นแบบนี้ที่ไหน

 

สุขใจที่ได้ช่วย

ความสุขแรกเลยคือ ได้ช่วยสัตว์ที่กำลังจะตายแล้วรอด หรือสัตว์ที่มีโรคหรือบาดแผลที่ต้องดูแลรักษา แล้วเราและทีมทำให้มันหายกลับคืนชีวิตใหม่ขึ้นมาได้ มันเกิดเป็นความสุขขึ้นมา และที่มีความสุขมากคือ การหาบ้านใหม่ให้กับสัตว์ได้ สำหรับใครที่รับเลี้ยงดู จะบอกเขาเลยว่าในทุกๆ ปี ขอเพียงส่งรูปมาในช่วงปีใหม่หรือวันเกิด เป็นความสุขที่ได้เห็นชีวิตสัตว์เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือจริงๆ สำหรับชีวิตใหม่ของมัน จากสุนัขที่อยู่ในกองสลัม ใต้ถุน จนจะถูกคนจับไปกิน แต่มาได้บ้านที่ฝรั่งพาไปเลี้ยง ตอนเช้าได้ลงเล่นว่ายน้ำ หรืออีกตัวได้คนที่พาไปเที่ยวทั่วประเทศ

มีครั้งหนึ่งตอนคุณแม่ยังไม่เข้าใจว่าทำอะไร จึงพาคุณแม่นั่งรถไปสัตหีบด้วย ไปโดยไม่ได้บอกอะไร ระหว่างทางให้ดูภาพสัตว์ไปด้วยคุยไปด้วย คุณแม่ก็ชมว่าน่ารัก จนกระทั่งมาถึงบ้านซึ่งเป็นผู้ที่รับเลี้ยง คุณแม่ได้เห็นภาพผู้ขอรับเลี้ยงมีท่าทางดีใจกับเจ้าตัวที่ขอรับเลี้ยง สีหน้าคุณแม่ยิ้มมีความสุขตาม เป็นรอยยิ้มที่บางทีไปทำบุญยังไม่ยิ้มอย่างนี้ และเข้าใจมากขึ้นว่ากำลังทำอะไรอยู่ บอกว่าคราวหลังพาไปด้วยอีกได้นะ เห็นรอยยิ้มของแม่แบบนี้แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว

 

อีกสิ่งหนึ่งคือ ไม่รู้ว่าคืออะไรเวลาเงินจะหมดๆ ก็จะมีทางออกมาให้เรื่อยๆ เงินไม่ได้แก้ปัญหาทุกอย่าง เมื่อครั้งที่จะมีการย้ายหมูสิบตัว ต้องหารถมาเพื่อขน ก็มีคนมาช่วย คนที่รู้จักเรา ช่วยเหลือเราได้ ติดต่อราชการ จัดหารถให้ จังหวะดีมาก อย่างตอนนี้ก็มีงานใหม่เข้ามาคุยข้อตกลงสัญญากัน ซึ่งมีคำพระท่านพูดว่า คนช่วยเหลือหมาแมว จมลงยาก

 

ได้สติ ได้รักและเมตตา

การดูแลสัตว์ตรงนี้ เอ็มและแฟนร่วมกันทำ แฟนทำข้อมูลสัตว์ไว้ด้วย ที่ทำกันมีท้อแท้บ้าง ไม่มีเวลาส่วนตัว ไปเมืองนอกไม่ได้ ไปเที่ยวนานๆ ไม่ได้ ต้องวางแผนสลับสับเปลี่ยน อย่างไปญี่ปุ่นก็ไปเรื่องงาน ซึ่งถ้าไม่ดูแลตรงนี้คงมีโอกาสเยอะกว่านี้ แต่คิดแล้วไม่ได้อะไร เดินไปข้างหน้าอย่างเดียว ทั้งสองคนที่ทำอยู่ตอนนี้เพราะมันเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตไปแล้ว ที่จะต้องเสียเวลาเสียเงินกับมัน

การทำตรงนี้ ได้ข้อมูลในการทำศิลปะ เป็นข้อมูลที่ดี ทำให้รู้ว่าคนกับสัตว์มีความคิดที่ไม่เหมือนกัน คนมีความคิดที่จะต่อต้าน ที่จะแบ่งชนชั้น ได้เห็นทัศนคติมุมมองจริงๆ ของมนุษย์ในเรื่องสัตว์ ได้สติและเห็นมุมมองของเรา มีคำพูดหนึ่ง ‘ประเทศนั้นๆ จิตใจของคนถูกยกระดับแล้วหรือยัง ดูไม่ยาก ดูอย่างไร ดูว่าเขาปฏิบัติกับสัตว์เลี้ยงอย่างไร’ เป็นคำพูดของ ท่านคานธี เป็นบุคคลสำคัญระดับโลก เป็นคำพูดที่ไม่ค่อยเข้าใจ แต่รู้สึกดี ถ้าคนที่เลี้ยงสัตว์ มีความเมตตา มีความรับผิดชอบ ก็น่าจะเป็นคนที่มีคุณภาพหรือเปล่า เพราะในจุดเริ่มต้น สัตว์เลี้ยงเป็นความรับผิดชอบเล็กๆ แต่ถ้าคุณมีแล้ว จุดอื่นๆ ที่ใหญ่ขึ้นไปน่าจะดีด้วย

 

คนต้นแบบ

คุณแม่เอ็มเป็นตัวอย่างแสดงให้เห็นถึงความอดทน ได้เห็นท่านตั้งแต่เด็ก การทำงานศิลปะไม่มีใครเชื่อว่าจะนำมาเลี้ยงชีวิตได้ จึงต้องทำเพื่อพิสูจน์ให้เห็น อดทนต่อการทำงาน อดทนต่อปัญหาที่เจอ คุณแม่เป็นแบบอย่างที่ดีมาก ส่วนการทำที่ไร่ให้เป็นระบบแบบที่คิดไว้ ในด้านการจัดการดูแล เอ็มเคยเข้าไปช่วยคุณเล็ก แสงเดือน ชัยเลิศ ซึ่งทำ Elephant Nature Park ศูนย์อภิบาลช้าง จังหวัดเชียงใหม่ จะมีแนวคิดทำคล้ายๆ แบบนั้น บ้านไร่ลุงเอ็ม จะต้องใช้ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่จะตั้งไว้ และให้สามารถใช้เงินดูแลตรงนั้นได้ ไม่มากระทบกันกับการใช้ชีวิตส่วนตัว การร้องเพลง พยายามจะทำให้ได้ ให้แยกเป็นสัดส่วนชัดเจน

 

ถ้าอยากอาสาช่วยงานที่บ้านไร่ลุงเอ็ม

สำหรับคนที่จะเข้ามาทำต้องเข้าใจก่อน คือเข้ามาที่นี่สัตว์เป็นใหญ่ ความรู้สึกของสัตว์มาก่อน อาจจะรับอาสามาทำที่บ้านไร่ต่างจังหวัด สิ่งที่ทำยากคือหาคนมาช่วยงาน คนงานเข้าออกบ่อย มีคนอาสามาช่วยงานศิลปะ แต่ต้องเก็บขี้หมานะ ต้องล้างจานข้าวหมู กวาดลานตอนเช้า

 


ติดตามโก๋เอ็มและบ้านไร่ลุงเอ็มได้ที่

  • facebook : goh.m.family
  • instagram : goh.m.family
  • สำหรับรายการทีวี หมากาพย์ หมาจร กำลังรอออกอากาศในช่องใหม่
แชร์เลย~
13
เครือข่ายที่เกี่ยวข้อง
Simple Follow Buttons
Simple Share Buttons
ปิดโหมดสีเทา