สวนผักกลางเมือง เพื่อการพึ่งพาตนเองอย่างมีความสุข

น้องฝ้ายคนเมืองยุคใหม่ที่มีชีวิตในวัยเด็กจนถึงวัยสาวแตกต่างจากเพื่อนๆ ที่มีวิถีชีวิตในกรุงเทพ เพราะตั้งแต่จำความได้ พ่อก็บอกว่าให้บริโภคอาหาร เครื่องใช้ที่ไร้สารเคมีตั้งแต่เด็กๆ จนบางครั้งลงไปนอนเลียพื้นเป็นประจำ เพราะคุณแม่ใช้น้ำยาทำความสะอาดบ้านจากธรรมชาติ แม้แต่ของเล่น ของใช้ในบ้านต่างๆ คุณพ่อทำมันขึ้นมาเองกับมือทั้งหมด วันเสาร์อาทิตย์แทนที่จะไปเที่ยวเล่น น้องฝ้ายกลับมาช่วยคุณพ่อทำงานในสวนที่บ้าน จึงคุ้นชินกับการเล่นดิน จับไส้เดือนเล่นตั้งแต่เด็กๆ ทุกๆ อย่างเริ่มต้นเพราะคุณพ่อสนใจและตระหนักเรื่องนี้มากๆ ตอนที่มีลูก ใส่ใจเรื่องสุขภาพ จนเริ่มหันมาทำอย่างจริงๆ จังๆ

ตอนวัยเด็กบางครั้งน้องฝ้ายเกิดความสงสัยว่า ทำไมเราต้องมาขุดดิน พรวนดินปลูกผักกลางแดดร้อนๆ ทำไมต้องทำอะไรหมด เกิดคำถามในใจว่า ซื้อเขาเอาบ้างได้ไหมพ่อ แต่ก็แค่คิดไปตามประสาเด็กๆ จึงทำตามพ่อไปตามหน้าที่ พ่อไม่เคยสั่งหรือบังคับให้ทำ มีแต่ทำให้เห็นเป็นแบบอย่างจนลูกๆ อยากจะมาช่วยทำกันเอง

ช่วงป.6 รายการทุ่งแสงตะวันมาถ่ายทำรายการที่บ้านเรื่องสวนผักคนเมือง หลังจากนั้นมาสื่อต่างๆ ทั้งหนังสือพิมพ์และทีวีรายการต่างๆ ก็มาสัมภาษณ์เยอะจนทำให้ดังมากๆ ในช่วงนั้น เวลาไปโรงเรียนเพื่อนๆ คุณครู จะมาถาม มาคุย ทำให้เรารู้สึกดีที่ได้ออกรายการทีวี เวลาไปโรงเรียนก็จะมีกระติกน้ำ ผ้าเช็ดหน้าติดตัวไปด้วย เป็นสิ่งแตกต่างที่เราทำจากเพื่อนๆ ที่โตเท่ากัน จนเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัย ด้านวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม ช่วงวัยรุ่นสิ่งเหล่านี้ก็ยังติดตัวเราอยู่ตลอดอย่างจริงจัง เวลาเจอเพื่อนก็จะคุยและถามเรื่องการปลูกต้นไม้ ทำสวน ทั้งที่จริงๆ เราไม่ได้รู้เยอะขนาดนั้น มันกลายเป็นโลโก้ประจำตัวเราไปแล้วจนถึงทุกวันนี้

 

บ้านคุณตา มาเป็นสวนผัก

จุดเปลี่ยนเมื่อปี พ.ศ.2554 น้ำท่วมกรุงเทพ ทำให้บ้านน้ำท่วมชั้นหนึ่งมิด จึงย้ายมาอยู่ที่ปัจจุบัน ที่สุขุมวิท ซอย 62 เป็นที่ดินบ้านของคุณตา เป็นบ้านไม้สองชั้นโบราณเก่าแก่กว่า 50 ปี บนพื้นที่ 40 ตารางเมตร มีนายทุนมาขอซื้อไปสร้างคอนโด ทำธุรกิจอื่นๆ แต่คุณพ่อเลือกที่จะเก็บที่ดินตรงนี้เอาไว้ เพื่อมาทำเป็นพื้นที่ตัวอย่างของคนเมือง จัดฝึกอบรม ตั้งเป็นมูลนิธิศูนย์สื่อเพื่อพัฒนา ให้ความรู้เรื่องสวนผักคนเมืองน่าจะเป็นประโยชน์มากกว่า

ในช่วงสามเดือนแรกหลังจากน้ำท่วม เหมือนคนอพยพ ทำให้ทุกคนได้ลงมือปฏิบัติกันจริงจังในบ้านหลังนี้ เวลาไปสอนถ่ายทอดให้ผู้อบรม ถ้าเราได้ลงมือทำเอง แก้ปัญหาเองมันจะเข้าใจได้มากกว่า ค่อยๆ พัฒนา ปลูกผักปลูกข้าว เพาะเห็ด ทำให้ทุกอย่างครบวงจรไปเรื่อยๆ ทั้งด้านพลังงาน การหมุนเวียนการใช้ทรัพยากรน้ำ มันกลายเป็นทั้งงานและเป็นชีวิตส่วนหนึ่งไปด้วยอย่างลงตัว

มูลนิธิศูนย์สื่อเพื่อพัฒนามีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างและพัฒนาศูนย์อบรมสวนผักบ้านคุณตา ให้เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับคนเมืองที่ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองใหญ่ และต้องการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตมาพึ่งพาตนเอง ในแนวทางที่สอดคล้องกับธรรมชาติ ทั้งยังทำวารสารเพื่อให้ความรู้กับผู้มาอบรม ในสำนักพิมพ์ชื่อเกษตรกรรมธรรมชาติ นานกว่า 30 ปีมาแล้ว ร่วมทำงานรณรงค์ในหลายโครงการ เช่น โครงการกระดาษเพื่อต้นไม้ ไปรับบริจาคกระดาษจากบริษัท ห้างร้าน และบ้านต่างๆ ทั่วกรุงเทพและปริมณฑล เอากระดาษมาคัดแยกประเภทและขายให้โรงงานกระดาษ แล้วเอาเงินที่ได้ไปสมทบทุนให้กลุ่มชุมชนชาวบ้านในงานด้านปลูกป่า อยู่ได้โดยไม่หวังผลกำไร ซึ่งตรงกับวัตถุประสงค์ของเราอยู่แล้ว

 

แรงบันดาลใจให้ทำสวนเกษตรคนเมือง

ปัจจุบันนี้คนมาสนใจด้านอาหาร สนใจเรื่องดูแลสุขภาพกันมากขึ้น นโยบายเรื่องพื้นที่สีเขียวภายในเมือง เป็นกระแสหลักของชุมชนเมืองในอนาคต เพื่อผลิตอาหารและเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของคนเมืองได้ ต่อไปบริบทชีวิตในเมืองจะเปลี่ยนไป เช่น เราจะทำอาหารผัดผักสักจาน กระบวนการทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนถึงผู้บริโภค เราต้องสูญเสียอะไรไปบ้าง เช่น ต้องขับรถไปซื้อผัก ซื้อน้ำมัน เปลี่ยนเป็นเอาผักมาไว้ใกล้ตัว จะช่วยลดพลังงาน ลดขั้นตอนเหล่านั้นได้ แค่คิดว่าทำคนเดียวก็สนุกแล้ว ถ้าทำกันเป็นร้อยเป็นพันบ้านจะสนุกขนาดไหน

 

ได้คุณค่าอะไรกลับมา

ช่วงแรกคิดกับตัวเองว่า ทำไมเราต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วย มันจะเกิดผลเหรอ มันจะทำได้เหรอ หลายๆ ครั้งที่มีจัดอบรมในวันเสาร์อาทิตย์ มักมีคำถามกับตนเองว่า เราน่าจะออกไปไหนบ้าง เหมือนคนอื่นๆ แต่เห็นผู้มาอบรมแล้วเรามีความสุข จนวันหนึ่งวารสารที่ทำแจก คนเอาไปอ่านแล้วนำไปใช้ทำตาม กลับมาขอบคุณเรา มาบอกว่าทำแล้วดีมากๆ มันได้ผล เมื่อเห็นจากการเปลี่ยนแปลงของผู้มาอบรม บางคนปรับใช้เป็นอาชีพเลี้ยงดูตัวเองและครอบครัวได้ นักเรียนรุ่นแรกๆ บางคนก็ไปเปิดศูนย์อบรมเองได้แล้ว พอมาเจอกันความรู้สึกเหมือนญาติพี่น้อง มาอัพเดท แบ่งปันความรู้ มันรู้สึกดีและมีคุณค่ามากๆ กับใจเรา

นี่คงเป็นความสุขวงในที่คุณฝ้ายสัมผัสได้ในใจของตนเอง

บางทีเวลาเรารู้สึกเหนื่อย รู้สึกเบื่อ มันก็ทำให้มีพลังขับเคลื่อนต่อไป เป็นความสุขอย่างหนึ่งที่หาไม่ได้จากชีวิตสาวออฟฟิศทั่วไป ตอนนี้มีพื้นที่เตรียมไว้ที่ปทุมธานีอีก 6 ไร่ เพื่อสร้างศูนย์อบรมครบวงจร มีทั้งด้านพลังงาน มีโฮมสเตย์ และอื่นๆ ครบครันมากขึ้น

 

ประสบการณ์เบิกบานใจ

มีประสบการณ์ตรง เรื่องความรู้สึกว่าต้นไม้มันมีชีวิตสื่อสารกับเราได้จริงๆ วันหนึ่งจะมีรายการมาสัมภาษณ์ในรุ่งเช้าวันถัดไปที่บ้านสวนผัก เกิดวิกฤติฝนตกเทลงมาหนักมากๆ จนทำให้พื้นที่เละเทะ พรุ่งนี้จะทำอย่างไรดี มันคิดอะไรไม่ออก ก็ลองพูดกับต้นไม้ดีๆ สื่อสารกับเขาทั้งที่ไม่เคยทำมาก่อนว่า ช่วยโตกลับมาเหมือนเดิมหน่อยนะ จากร้อนใจมันกลับทำให้ใจเราเย็นขึ้น และค่อยๆ ตกแต่งทุกอย่างให้เข้าที่เข้าทางเท่าที่พอจะทำได้ตอนนั้น เช้าอีกวันตื่นมา เขาก็ออกดอกมารับแขกให้เรา ในสภาพที่ดีเยี่ยมกว่าเดิมเสียอีก ส่งผลให้เวลาเรากลับไปทำงานประจำ พอเราเจออะไรแล้วร้อนใจ คิดกังวล คิดล่วงหน้าไปก่อนเยอะ ลองกลับมาสงบๆ อยู่กับตัวเองก่อน นึกถึงอารมณ์ตอนทำสวน กลับมาสงบ เดี๋ยวมันก็ผ่านไป เวลาที่เราถอดรองเท้าย่ำสัมผัสดิน มันคลายเครียด ชีวิตเรามันก็เบาสบาย แม้แดดจะร้อน กายจะเหนื่อย ใช้เวลาอยู่กับมันสักระยะ อยู่กับงานตรงหน้า อยู่กับปัจจุบัน จากเหนื่อยกายกลายเป็นใจสงบ มีสมาธิ ความเหนื่อยมันไม่รู้หายไปไหน

ฟังน้องฝ้ายเล่าจบ คนฟังก็อมยิ้ม อยากกลับไปหัดปลูกผักที่รั้วบ้านขึ้นมาบ้างแล้วครับ

 


  • สนใจติดต่อสวนผักบ้านคุณตา ได้ที่ facebook Fanpage สวนผักบ้านคุณตา
  • หรือโทรสอบถามได้ที่ 095-0672728, 061-7477087
แชร์เลย~
0
เครือข่ายที่เกี่ยวข้อง
Simple Follow Buttons
Simple Share Buttons
ปิดโหมดสีเทา