Archive for July, 2017

ราคาของการเปลี่ยนแปลง

happiness-2411764_1920_cr

ขอเดาว่าครั้งหนึ่งหรือหลาย ๆ ครั้งในชีวิตที่เราทุกคนต่างเคยคิดว่า “เอาล่ะ ฉันจะเปลี่ยนแปลงชีวิตฉันให้มีความสุขมากขึ้นเสียที” หลังจากนั้น อาจจะมีบางคนที่สามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองจนสำเร็จ บางคนก็ยังรี ๆ รอ ๆ แล้วก็มีอีกหลายคนที่อาจจะลืมเลือนและไม่ได้ทำอะไรสักอย่าง

อะไรคือตัวแปรสำคัญที่ทำให้ใครสักคนลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงชีวิตของตัวเอง?

และถ้าการเปลี่ยนแปลงในชีวิตตีเป็นราคาได้ เราคิดว่าราคาของมันจะสูงสักเท่าไร?

อ่านต่อ

ฮ่องกงคนขยันเดินที่สุดในโลกและช่วยส่งเสริมสุขภาพ

ทุกๆ ปีมีผู้คนราว 5.3 ล้านคนตายจากสาเหตุง่าย ๆ คือ เคลื่อนไหวร่างกายน้อยเกินไป ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากรูปแบบการทำงานที่วันๆ นั่งทำงานเฉยๆ และการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวันที่น้อยเกินไป องค์การอนามัยโลกพบว่าการนั่ง ๆ นอนๆ เป็นสาเหตุหนึ่งของการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ เบาหวาน โรคอ้วน  เพิ่มความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งลำไส้ ความดันโลหิตสูง กระดูกผุ และมีผลทางใจ ทำให้เป็นโรคซึมเศร้าและกังวล

นักวิจัยจาก Standford ใช้โทรศัพท์มือถือในการติดตามระดับกิจกรรมของคนหลายแสนคนทั่วโลกผ่าน application Azumio Argus พบว่าโรคอ้วนในแต่ละประเทศมีความสัมพันธ์กับระดับการเคลื่อนไหวร่างกายในแต่ละวัน งานวิจัยนี้ตีพิมพ์ในวารสาร Nature โดยใช้ข้อมูลจากโทรศัพท์มือถือของคนจำนวน 717,527 ใน 111 ประเทศ เป็นเวลา 95 วัน

nature23018-f1_cr

จากข้อมูลพบว่าชาวฮ่องกงมีอัตราการเดินเฉลี่ยสูงเป็นอันดับหนึ่งที่ 6,880 ก้าวต่อวัน อันดับสองคือชาวจีนแผ่นดินใหญ่ มีอัตราการเดินเฉลี่ย 6,189 ก้าวต่อวัน และอันดับสามคือชาวยูเครน มีอัตราการเดินเฉลี่ย 6,107 ก้าวต่อวัน ส่วนชาวอินโดนีเซียถูกจัดอยู่ในอันดับสุดท้ายด้วยอัตราการเดินเฉลี่ยเพียง 3,513 ก้าวต่อวัน เมื่อเทียบกับอัตราเฉลี่ยทั่วโลกซึ่งอยู่ที่ 4,961 ก้าวต่อวัน

อ่านต่อ

ทำงานแล้วความคิดตีบตัน ลองปล่อยใจฝันตามคำแนะนำของนักวิจัยดู

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ daydreaming

ความสามารถในการจดจ่อ การมีสมาธิกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นตัวผลักดันสำคัญสู่ความเป็นเลิศ เทคนิคต่างๆ ที่เราใช้กัน เช่น การทำรายการสิ่งที่ต้องทำ การทำตารางการทำงาน การแจ้งเตือนจากปฏิทิน ล้วนช่วยให้เราทำงานลุล่วง เหล่านี้เป็นสิ่งที่คงไม่มีใครค้านแน่นอน แถมยังมีหลักฐานว่า การทำสมาธิแค่วันละ 10 นาที ช่วยเพิ่มประสิทธิผลของความเป็นผู้นำ โดยช่วยให้คุณสามารถจัดการกับอารมณ์และเข้าใจเหตุการณ์ที่ผ่านไปแล้วได้ดีขึ้น

เอาล่ะ แม้ความสามารถในการมีสมาธิจดจ่อจะเป็นเรื่องดีแน่นอน แต่ก็มีข้อน่ากังวล เพราะการจดจ่อมากเกินไป ทำให้วงจรในสมองของคุณอ่อนล้า และทำให้คุณหมดพลังและเสียการควบคุมตนเอง นอกจากนั้นยังทำให้คุณวู่วาม และให้ความช่วยเหลือและร่วมมือกับผู้อื่นน้อยลง แล้วตกลงจะให้ทำอย่างไร จดจ่อ หรือ ไม่จดจ่อ?

งานวิจัยแนะว่า ทั้งการจดจ่อ และ ไม่จดจ่อ ล้วนมีความสำคัญยิ่ง สมองทำงานได้ที่ที่สุดเมื่อมีการสลับกันระหว่างการ จดจ่อ และ ไม่จดจ่อ ซึ่งจะช่วยให้คุณมีความยืดหยุ่น มีความคิดสร้างสรรค์ และตัดสินใจได้ดีขึ้น

อ่านต่อ

เยียวยาใจด้วยเมตตา

 

8379858-3x2-940x627sm

…ในวันที่น้ำตา ไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของความเศร้า…

ระยะนี้มีข่าวคราวการสูญเสียมาให้เราได้ยินได้ฟังติดต่อกันหลายข่าว ไม่ว่าใครเมื่อต้องเผชิญหน้ากับความสูญเสียล้วนเป็นทุกข์ แม้เราเองแค่เป็นผู้ได้ยินข่าวบางครั้งก็ยังอดเศร้าสะเทือนใจไม่ได้ แต่ความจริงอีกด้านก็คือ เราทุกคนล้วนต้องเจอกับความสูญเสียไม่ช้าก็เร็ว คงจะเป็นเรื่องดีไม่น้อย ถ้าเราจะสามารถเปลี่ยนพลังลบจากความเศร้า ให้เป็นพลังบวกทั้งต่อชีวิตของเราและผู้อื่นได้

ต่อไปนี้คือบทความจากพระอาจารย์ไพศาล วิสาโล ที่ได้แนะนำแนวทางให้เราเยียวยาใจที่เป็นทุกข์จากความสูญเสียด้วยความเมตตา ให้เราเปลี่ยนความทุกข์ในใจ กลายเป็นพลังที่จะออกไปช่วยเหลือผู้อื่นให้คลายจากความทุกข์ และเมื่อนั้น…ความสุขในชีวิตของเราจะกลับมากี่ครั้ง

อ่านต่อ

Simple Follow Buttons
Simple Share Buttons
ปิดโหมดสีเทา