เยียวยาความทุกข์ของผู้อื่นคือเยียวยาตนเอง

vancouver-bc-april-12-2016-brice-royer-with-friend-an (1)

ยังจำพ่อหนุ่ม Brice Royer ที่ป่วยเป็นมะเร็งและกินอะไรไม่เลยนอกจากแครอทได้ไหมครับ ตอนนี้เขาดีขึ้นแล้ว!

ย้อนความกันนิดนึง เขาป่วยเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารชนิดประหลาดและเขาเคยคิดฆ่าตัวตายมาก่อน ต่อมาเขาค้นคว้าและพบว่าคนที่มีสุขภาพดีที่สุดในโลกมีอยู่หลายแห่ง เช่น ที่โอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น หรือ ที่ Ikaria ประเทศกรีซ สิ่งที่คนเหล่านี้มีเหมือนๆ กัน คือ พวกเขาใส่ใจดูแลกันและกัน พวกเขามีครอบครัวใหญ่ (ญาติอยู่รวมกัน) และอาศัยอยู่ในชุมชนเล็กๆ และพวกเขามีสิ่งที่เรียกว่า gift economy พวกเขาแบ่งปันให้กัน…ให้และรับอย่างไม่มีเงื่อนไขว่าจะต้องได้อะไรตอบแทน เขาตั้งกลุ่มใน facebookเป็นคนที่สร้างกระแส Gift Economy ขึ้นมา (อ่านความเดิมทั้งหมดได้ที่ http://bit.ly/1ReLhIi)

เมื่อวันที่ 14 เมษายนที่ผ่านมา เขาไปพบหมอเพื่อตรวจ เขารู้สึกอ่อนแรงและเป็นไมเกรน และเขาต้องทำ MRI เพื่อเช็คขนาดของเนื้อร้าย หมอบอกว่า ขนาดของก้อนเนื้อเล็กลง และดูเหมือนที่เหลือก็ไม่ใช่เนื้อร้าย เขาไม่ต้องผ่าตัด ให้คีโม หรือ กินยาอีกต่อไป หมอบอกว่าผลที่เห็นอธิบายไม่ได้ด้วยวิทยาศาสตร์ตะวันตก

ยาที่ดีที่สุด คือ ความรักและความเมตตา

Brice เชื่อว่ายาที่ดีที่สุดคือความรักและความเมตตา แต่เขาบอกว่าโชคร้ายที่คุณหาซื้อมันไม่ได้ตามร้านขายยา เขาจึงตัดสินใจทำความดีอย่างไม่เลือกหน้า และไม่หวังผลตอบแทน ตอนแรกเขาบอกว่าทำไปเพื่อรักษาความเศร้าและความเปลี่ยวเหงาแต่มันได้ผลมากกว่านั้น

แต่แม้เขาจะดีขึ้นแต่เขาก็บอกว่า เขาไม่ได้ยึดติดกับผลที่จะได้ หากว่าเขาตายไป สิ่งที่เขาทำก็จะยังทำให้เขามีชีวิตที่มีความหมาย เขาบอกว่า เรื่องนี้ไม่ได้หมายความว่า การให้จะทำให้คนเป็นมะเร็งหายจากโรคได้ หรือ ชี้ว่าคนเป็นมะเร็งคือคนที่ใจร้าย แต่การทำความดีทุก ๆ วันช่วยเขาอย่างมาก และมีการศึกษาทางวิทยาศาสตร์มากมายยืนยัน

อาทิ

  • หลังจากการศึกษามากว่า 20 ปี Dr.Dean Irnish ผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจได้เขียนไว้ว่า ไม่มีปัจจัยในทางการแพทย์ เช่น อาหาร การสูบบุหรี่ ออกกำลัง ความเครียด พันธุกรรม การใช้ยา การผ่าตัด ที่มีผลต่อสุขภาพของเรามากเท่าการได้เป็นที่รักและได้การดูแลที่ดี
  • “การให้” ลดอันการตายลง 44% จากการศึกษาของ Oman ที่ UC Berkley กับคน 2000 คนที่อายุมากกว่า 55 ปี พบว่าคนที่ทำงานเป็นอาสาสมัครให้องค์กรสองแห่งขึ้นไป มาโอกาสตายน้อยลง
  • การให้ทำให้คุณมีอายุยืนมากกว่าการรับ Stephanie Brown จาก University of Michigan ใช้เวลา 5 ปีศึกษา คนชรา 423 คู่ พบว่าคู่ที่ให้การช่วยเหลือคนอื่น ๆ มีโอกาสมากว่าสองเท่าที่จะมีชีวิตอยู่ช่วง 5 ปีนั้น ในงานวิจัยเสนอว่า การช่วยเหลือผู้สูงอายุจะต้องแก้ไขเสียใหม่ ไม่ใช่ทำให้ผู้สูงอายุได้รับความช่วยเหลือมากขึ้นเท่านั้น แต่ต้องเพิ่มโอกาสให้ผู้สูงอายุได้ให้หรือช่วยเหลือคนอื่นมากขึ้นต่างหาก

Brice บอกว่า ชีวิตคุณไม่ไร้ค่าแม้ว่าคุณจะป่วยทางกายหรือใจ ทุกคนให้อะไรกับคนอื่น ๆ ได้เสมอ ตอนที่เขาเป็นมะเร็ง เขาคิดว่าเขาไม่มีอะไรจะให้ใคร เขาไม่สามารถลุกจากเตียงได้ รู้สึกไร้ค่า ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิด เพราะเขาสามารถให้อะไร ๆ ได้ แม้จะเป็นเพียงรอยยิ้มก็ตาม ระหว่างหลายปีที่เขาทำความดีมาตลอด เขาก็ยังเจ็บป่วย น้ำหนักลด ต้องไปไหนมาไหนด้วยรถเข็นเป็นส่วนใหญ่และกินได้แต่แครอท

หากเราสามารถช่วยคนที่เป็นทุกข์ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ มันจะช่วยการเยียวยาตัวเราเองด้วย การวิจัยพบว่า แค่คิดปรารถนาดีต่อคนอื่นก็ส่งผลต่อสุขภาพ เข่น การสวดมนต์ให้ผู้อื่น หรือการคิดว่าจะบริจาคเงินเพื่อการกุศลทำให้สมองหลั่งสารที่ทำให้รู้สึกดี เช่น dopamine serotonin และการดูหนังที่มีเรื่องของการให้ก็กระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน

เขาบอกว่าโรคร้ายนี้เหมือนกับของขวัญ ที่ทำให้เขาเปลี่ยนวิธีกาคิดและการดำรงชีวิต

หลังจากทราบข่าวดีนี้ ในวันถัดไปเขาเฉลิมฉลองด้วยการช่วยจ่ายเงินค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับรถให้เพื่อน


 

ที่มา

http://vancouversun.com/news/local-news/brice-gets-his-cancer-results

https://www.facebook.com/brown.rice.12/posts/882655321857083

แชร์เลย~
1.1k
เครือข่ายที่เกี่ยวข้อง
Simple Follow Buttons
Simple Share Buttons
ปิดโหมดสีเทา