เส้นทางความสุข : การภาวนา

girl-863340_1280

ในอดีตการภาวนาอาจรู้จักกันเฉพาะการสวดมนต์ นั่งสมาธิ แต่ปัจจุบันการภาวนามีรูปแบบที่หลากหลายมากขึ้น เช่น การเดินวิ่ง โยคะ วาดรูป จัดดอกไม้ ฯลฯ เป็นทางเลือกให้ผู้สนใจมีโอกาสเริ่มต้นฝึกภาวนาได้เช่นกัน

ถ้าตั้งคำถามว่าอะไรเอ่ยที่เคลื่อนที่ ‘เร็ว’ ที่สุด? หลายคนคงนึกถึงรถไฟความเร็วสูง เครื่องบินเจ็ท หรือรถซุปเปอร์คาร์สมรรถนะสูง ฯลฯ จริงอยู่ที่ทุกสิ่งที่กล่าวมานี้รวดเร็วว่องไว แต่ถ้านำมาเทียบกับ ‘ใจ’ ของเราแล้ว จะเห็นได้ว่าไม่มีอะไรจะว่องไวเท่ากับใจของคนเราได้เลย

ไม่เชื่อลองสังเกตตัวเองตอนนี้ก็ได้ว่า วันนี้ทั้งวันใจของเราวิ่งไปไกลถึงไหนมาบ้างแล้ว?

ปัจจุบัน ‘ใจ’ ที่ว่องไววุ่นวายกำลังพาหลายคนเหนื่อยล้า บางคนยังไม่ทันทำอะไรมาก แค่วิ่งตามใจตัวเองก็เหนื่อยแล้ว ยิ่งใจที่ไขว่คว้าอยากได้อยากมีอยากเป็นเหมือนใครๆ ยิ่งทำให้เจ้าของใจเหนื่อยล้าขึ้นทุกวัน นานวันเข้าความทุกข์ในใจก็เริ่มทับถมจนหาทางออกไม่เจอเลยก็มี

นั่นจึงเป็นที่มาของการตามหาความสงบในใจ ทำยังไงหนอจะทำให้ใจเราสงบ น่ิง ไม่ฟุ้งซ่าน หนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในโลกที่ทุกคนที่ปฏิบัติผ่านมาแล้วล้วนพบความสุขสงบที่แท้ในใจคือเครื่องมือที่เรียกว่า การภาวนา

มหาวิทยาแห่งซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย สำรวจพบว่าผู้ปฏิบัติสมาธิภาวนามาเป็นเวลาเกิน 2 ปี มีสุขภาพจิตดีกว่าคนทั่วไปถึง 10 เปอร์เซ็นต์ เพราะการภาวนาไม่ว่าจะด้วยการนั่งสมาธิ เดินจงกรม เจริญสติ และสวดมนต์ ช่วยปรับสภาวะความสมดุลของร่างกายและจิตใจ กล้ามเนื้อผ่อนคลาย คลื่นสมองเรียบ อัตราการหายใจและชีพจรช้าลง สมองจะปลอดโปร่ง จิตใจประณีตผ่องใส

แต่แม้จะรู้ว่าการภาวนามีผลดีขนาดนี้ แต่คนรุ่นใหม่หลายคนก็ยังออกอาการเบะปากมองบน พร้อมกับส่ายหน้าว่า ถ้าจะต้องให้เข้าวัด นั่งสมาธิ สวดมนต์ขนาดนั้นฉันขอบาย ไม่ไหวๆ งานการก็ต้องทำ เงินทองก็ต้องหาเลี้ยงชีพ จะให้ไปมัวภาวนาเช่นนั้นได้อย่างไร ชาตินี้ทั้งชาติคงไม่ได้สัมผัสความสงบสุขทางใจเป็นแน่

ใครที่เคยคิดอย่างนั้น ขออย่าเพิ่งถอดใจ เพราะหากเรามาพิจารณาความหมายของการภาวนาอย่างแท้จริงแล้ว คำว่า ภาวนา นั้นมีความหมายกว้างขวางมาก เพราะหมายถึง การเจริญ การอบรม การพัฒนา การทำจิตใจให้สงบ ฝึกอบรมปัญญาให้เกิดความรู้เข้าใจตามเป็นจริง คือการทำใจให้หยุดนิ่ง ให้สงบ ผ่องใส เป็นการเดินทางภายใน เพื่อกลับมาดูสภาวะจิตภายในของเรานั่นเอง

balance-1107484_1280

การภาวนายังอาจแบ่งได้เป็น 4 ด้าน คือ กายภาวนา, ศีลภาวนา, จิตตภาวนา และปัญญาภาวนา ซึ่งแต่ละด้านมีรายละเอียดดังนี้

1.กายภาวนา หมายถึง การพัฒนาความสัมพันธ์กายของเรากับสิ่งแวดล้อมภายนอก ปฏิบัติต่อสิ่งเหล่านั้นในทางที่เป็นคุณ ตัวอย่างง่ายๆ เช่น การบริโภคในชีวิตประจำวัน เราจะต้องรู้ว่าเราบริโภคสิ่งต่างๆ เพื่อประโยชน์อะไร เช่น บริโภคเพื่อสุขภาพ เพื่อประโยชน์ต่อร่างกาย มิใช่การบริโภคตามความอยาก ความสนุกสนานหรือความโก้เก๋ ฯลฯ
2.ศีลภาวนา (ภาษาบาลี : สีล) หมายถึง การฝึกความประพฤติให้ตั้งอยู่ในระเบียบวินัย ไม่เบียดเบียนหรือก่อความเดือดร้อนเสียหาย อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ด้วยดีเกื้อกูลแก่กัน
3.จิตตภาวนา หมายถึง การพัฒนาจิตให้เข้มแข็งมั่นคงเจริญงอกงามด้วยคุณธรรมทั้งหลาย เช่น มีเมตตากรุณา ขยันหมั่นเพียร อดทนมีสมาธิ และสดชื่น เบิกบาน เป็นสุขผ่องใส ฯลฯ
4.ปัญญาภาวนา หมายถึง การฝึกปัญญา ให้รู้ เข้าใจสิ่งทั้งหลายตามเป็นจริง รู้เท่าทันเห็นโลกและชีวิตตามสภาวะ สามารถทำจิตใจให้เป็นอิสระ ทำตนให้บริสุทธิ์จากกิเลสและปลอดพ้นจากความทุกข์ แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้ด้วยสุขภาวะทางปัญญา

เมื่อพิจารณาความหมายของการภาวนาอย่างรอบด้านตามนี้แล้ว เราจะเห็นได้ว่า การภาวนาไม่ได้ขึ้นกับศาสนา ไม่จำเป็นต้องปลีกวิเวก เราก็สามารถภาวนาได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นที่ไหน ในช่วงเวลาใด ในการทำงานหรือแม้แต่ชีวิตประจำวัน การภาวนาสามารถปฏิบัติได้ทุกที่ทุกเวลา

painting-1081808_1280

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่เราจะนำการภาวนาเข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันของเราได้ เราก็คงจะต้องศึกษาและเรียนรู้วิธีปฏิบัติในรูปแบบที่ถูกต้องเสียก่อน ซึ่งในอดีตวิธีการภาวนาอาจรู้จักกันในรูปแบบของการสวดมนต์ เดินจงกรม นั่งสมาธิ วิปัสสนา แต่ในปัจจุบัน การภาวนาเริ่มมีการพัฒนารูปแบบและวิธีที่แตกต่างเพื่อตอบสนองจริตที่หลากหลายของผู้คนยุคใหม่มากมาย เราคงเคยได้ยินคำว่า เดินวิ่งสมาธิ โยคะภาวนา วาดรูปภาวนา หรือแม้กระทั่งการจัดดอกไม้ภาวนา ฯลฯ ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นทางเลือกให้ผู้ที่ยังไม่พร้อมปฏิบัติเจริญภาวนาอย่างการนั่งสมาธิวิปัสสนา ได้มีโอกาสเริ่มต้นศึกษาและปฏิบัติภาวนาได้ด้วยเช่นกัน

สุดท้ายและท้ายสุด เมื่อสถานที่ เวลา และรูปแบบของการภาวนาไม่ใช่อุปสรรคอีกต่อไป ก็เหลือเพียงอย่างเดียวนั่นคือ ‘ใจ’ หากอยากมีสุขภาวะทางปัญญา พบความสุขสงบที่แท้จริงที่ไม่แปรเปลี่ยนไปตามกระแสหรือปัจจัยภายนอก ต้องเริ่มจากการ ‘เปิดใจ’ ของตัวเองเป็นส่ิงแรก ตั้งปณิธานมั่นคงที่จะเพิ่มมิติการภาวนาให้กับชีวิต ค่อยๆ ปฏิบัติ เรียนรู้ใจของตนเอง แรกๆ อาจยาก เบื่อ ท้อบ้าง แต่ขอให้มีจิตใจที่มั่นคงว่ากำลังเปลี่ยนแปลงชีวิตตัวเองไปในทางที่ดี ไม่ว่าใครก็สามารถสัมผัสความสุขจากการภาวนาได้ทุกคน


 

ข้อมูลที่มา :

พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต), พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลศัพท์ , หน้า 286-287

http://www.roong-aroon.ac.th/?page_id=1942

ขอบคุณภาพจาก www.pixabay.com

ร่วมแบ่งปันเรื่องราวดีๆ...
เครือข่ายที่เกี่ยวข้อง
ปิดโหมดสีเทา