เส้นทางความสุข : การทำงาน

e3a5ffa1-969e-4c2e-9d46-f5c74e864252

‘ถ้าอยากมีความสุข ให้ไปทำงาน’

ประโยคข้างต้นนี้ไม่ได้เป็นไปเพื่อการประชดประชัน เสียดสี หรือมีนัยยะแฝงตลกร้ายใดๆ ทั้งสิ้น หากแต่เป็นประโยคที่มีความหมายตรงตามนั้นจริงๆ หากใครอยากมีความสุข ขอให้ไปทำงาน เพียงแต่มีข้อแม้นิดเดียวว่า การจะทำงานเพื่อให้มีความสุขได้นั้น จำเป็นที่จะต้องมีการฝึกฝนสิ่งที่เรียกว่า ‘สุขภาวะทางปัญญา’ ควบคู่ไปด้วย

เคยมีการคำนวณว่า คนเราใช้เวลากว่า 80% ของชีวิตอยู่ในที่ทำงาน ดังนั้นจึงเป็นสิ่งที่น่าเสียดายมาก ถ้าเราจะใช้เวลาจำนวนมากขนาดนี้ให้หมดเปลืองไปกับความทุกข์ จะดีกว่าไหมถ้าเราจะใช้เวลาในที่ทำงานเพื่อเปิดโอกาสในการเรียนรู้ ขัดเกลาตนเองในด้านต่างๆ พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส เปลี่ยนการทำงานจากความทุกข์ ให้กลายเป็นเส้นทางนำเราเดินทางไปสู่ความสุขที่แท้จริง

การจะมีความสุขในการทำงานได้นั้น จำเป็นต้องเริ่มต้นจากการมองเห็น ‘ความทุกข์’ เสียก่อน สิ่งที่ทำให้เราทุกข์จากการทำงานนั้น ส่วนใหญ่มักเกิดจากความกลัว ไม่ว่าจะกลัวแพ้คนอื่น กลัวตกอันดับ กลัวไม่ได้เป้า ฯลฯ ยังมีทุกข์เพราะความอยาก ทุกข์เพราะเปรียบเทียบ ทุกข์เพราะความคาดหวัง ซึ่งหากเราฝึกฝนตนเองให้มีสติ มองเห็นเท่าทันสภาวะเหล่านี้ แล้วรู้จักวางใจของเราให้กลับมาเป็นปกติตั้งมั่น ทำงานของเราไปตามเหตุ ตามปัจจัยที่ควรจะทำ ไม่ใช่ทำเพราะความกลัว ความอยาก หรือความคาดหวัง ก็จะทำให้เราทำงานด้วยความสุขที่มาจากภายใน

“ทุกคนพร้อมที่จะเข้าถึงสภาวะความสุขด้านในได้ เพียงแต่ขาดการฝึกฝน ตัวสำคัญคือสมองซีกขวา มันไม่มีภาษา แต่มันเป็นส่วนที่จะรับรู้ถึงสภาวะที่เป็นปรากฏการณ์ที่เหนือคอนเซ็ปต์ ขณะที่สมองข้างซ้ายมันเห็นอะไรมันฟอร์มคอนเซ็ปต์ เรียกชื่อเป็นเขา เป็นเธอ เป็นชาย เป็นหญิงตามทฤษฎี ดังนั้นเราต้องฝึกให้สมองซีกซ้ายเงียบลงบ้าง โดยใช้การมีสติรู้มากำกับ” รศ.นพ.ชัชวาลย์ ศิลปกิจ ผู้อำนวยการศูนย์จิตตปัญญาศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าว

การสร้างความสุขในการทำงานนั้นจะว่าไปก็ไม่ยาก ขอเพียงในแต่ละวันให้เราได้ฝึก ‘สติ’ วิธีง่ายๆ ก็คือ เมื่อไรที่รู้สึกว้าวุ่น ให้สูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วกลับมาอยู่กับตัวเอง มีสติรู้ในการทำงาน เคารพและปฏิบัติกับเพื่อนร่วมงานด้วยความเชื่อมั่นว่าทุกคนล้วนมีคุณค่า มีศักยภาพเท่าเทียมกัน ไม่เปรียบเทียบ ไม่แจกทุกข์ หากต้องเผชิญหน้ากับงานที่หนัก บีบคั้น ในวิถีที่เราไม่คุ้นชิน ก็ขอให้ยอมรับ เปิดใจเรียนรู้ และฝึกฝนตนเอง ฝึกมองให้เห็นความเป็นธรรมดา ยอมรับทุกอย่างอย่างที่มันเป็น สุดท้ายถ้าไม่สำเร็จที่หน่วยงานนี้ จะลาออกไปเรียนรู้และสำเร็จที่หน่วยงานอื่นก็ย่อมได้ แต่ขอให้ช่วงเวลาในระหว่างที่ทำงานอยู่ เราได้เรียนรู้และเบิกบานแจ่มใส

frau im bro lehnt sich entspannt zurck

ผลลัพธ์ที่จะได้จากการฝึกฝนตนเองด้วยวิธีนี้ คือสิ่งที่เรียกว่า ‘สุขภาวะทางปัญญา’ เราจะรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นในทุกด้าน ทั้งสุขภาพ ความอิ่มเอมใจ ความรัก ความเมตตา คุณธรรมและจริยธรรม เราจะเครียดน้อยลง ความกังวล ซึมเศร้าจะลดลงเรื่อยๆ ท้ายสุดเราจะพบความสุขแท้จริงที่เกิดจากการได้ทำงาน โดยไม่จำเป็นต้องไปยึดติดหรือพึ่งพิงกับสิ่งอื่นใดภายนอก ไม่ว่าจะเป็นค่าตอบแทน เงินเดือน ตำแหน่ง บ้านหรู หรือรถคันโต

เมื่อยอมรับ เคารพผู้อื่น และฝึกการมีสติรู้ แม้จะมีเงินน้อยแต่รู้จักพอ เราก็จะมองเห็นคุณค่าอื่นๆ ที่แฝงอยู่ในการทำงาน เพียงเท่านี้ความสุขก็จะเกิดขึ้นได้ทุกวัน ที่สำคัญยังเป็นความสุขที่ยั่งยืน ไม่เสื่อมสลายไปตามกาลเวลาดังเช่นความสุขที่เราได้จากวัตถุภายนอกอีกด้วย

ขอบคุณภาพ : www.pixabay.com, www.freepik.com

เครือข่ายที่เกี่ยวข้อง