ท้าทายกับความทุกข์

เป็นปกติทุกสัปดาห์ที่คุณป้าพรภินันท์จะมาเรียนการใช้ Tablet ที่สมาคมบ้านปันรัก ที่นี่จะมีอาสาสมัครหนุ่มสาวมาช่วยสอนกันหลายคน วันนี้อาสาสมัครที่มาช่วยสอนคุณป้าเป็นคนใหม่ เพิ่งเจอกันครั้งแรก พอเอ่ยทักทายกันคุณป้าก็สะดุดใจที่เสียงหวานแหลมของเขาที่ ‘ไม่เหมือนใคร’ แต่ก็เป็นแค่แว้บเดียวเท่านั้น เพราะหลังจากนั้นสิ่งที่ ‘เด่นชัด’ กว่าคือความตั้งใจและความปรารถนาดีที่เขานำมามอบให้กับคุณป้า โดยไม่ต้องการสิ่งตอบแทนใดๆ

คุณบิล1

คุณบิล – สิงหราช รัตนพันธ์ เป็นหนึ่งในผู้โชคดีจากแคมเปญทุก(ข์)ชีวิตมีค่า เว็บไซต์ความสุขประเทศไทย แรงผลักดันที่ทำให้คุณบิลตัดสินใจส่งความทุกข์เข้ามาในแคมเปญนี้ มาจากความรู้สึกว่าตัวเองแปลกแยกจากสังคมที่อยู่

“ผมมีความทุกข์เก็บไว้ในใจตั้งแต่ยังเด็ก เพราะผมสับสนกับตัวเอง เสียงของผมนั้นหวานเหมือนผู้หญิงตั้งแต่เด็กจนโตก็ไม่เปลี่ยนแปลง รวมถึงรูปร่าง…..ตอนเด็กๆผมโดนกลั่นแกล้งแทบทุกวัน…..ปัจจุบันผมแทบไม่มีเพื่อนคบด้วยเลย…….หลายครั้งที่กลับมานอนร้องไห้อยู่คนเดียวว่าทําไมเราถึงไม่เกิดมาเหมือนคนปกติ จะได้ไม่ต้องมีปัญหาในชีวิตมากนัก….”

การที่เด็กสักคนเติบโตขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่ว่าตัวเองแตกต่าง ไม่เหมือนใคร ถูกเพื่อนล้อ แซว แกล้ง หนักๆ เข้าบางครั้งถึงขนาดโดนรุมทำร้าย อาจทำให้เด็กคนหนึ่งทุกข์จนถึงขั้นเกลียดชังและทำร้ายตัวเอง ช่วงระยะเวลาหนึ่งในอดีตคุณบิลเองก็เคยมีประสบการณ์เช่นนั้น แต่เวลาที่ผ่านมา สอนให้คุณบิลรับมือกับความทุกข์ได้ดีมากขึ้น และตัดสินใจที่จะท้าทายความทุกข์ที่เกิดขึ้นในชีวิตตัวเองด้วยกิจกรรมจิตอาสา ผ่านการเป็น ‘ผู้ให้’

“ครั้งแรกมันจะรู้สึกเจ็บใจ แล้วต่อมาก็จะรู้สึกแปลกแยก แล้วจากนั้นก็จะรู้สึกฮึด….บิลรู้สึกว่าถ้าที่ที่เราอยู่เขาไม่ต้องการเรา ที่อื่นเขาก็ต้องการเราเยอะแยะ  สิ่งหนึ่งที่ทำให้รู้สึกว่าเราเป็นที่ต้องการของสังคม รู้สึกว่าเรามีค่าขึ้นมา คือการไปทำงานจิตอาสา”

คุณบิลเลือกรับรางวัลนำ Tablet ไปสอนผู้สูงอายุที่สมาคมบ้านปันรัก (เมื่อสอนเสร็จ Tablet นี้จะถูกส่งต่อไปยังองค์กรการกุศลเพื่อนำไปใช้ในสาธารณประโยชน์) กิจกรรมจิตอาสาครั้งนี้ เปิดประสบการณ์ใหม่ใหักับคุณบิลหลายอย่าง เป็นประสบการณ์ที่หาไม่ได้ในห้องเรียนไหนๆ ที่คุณบิลเคยเรียนมา ตั้งแต่ชั้นประถมจนถึงมหาวิทยาลัยในปัจจุบัน

“ตอนแรกก่อนจะมามีความกังวลเรื่องอายุ แต่พอได้มาทำความรู้จักกับคุณป้า ก็รู้สึกว่ามันไม่ยากอย่างที่คิด คุณป้าเป็นคนน่ารักมาก ใจดี  ปกติส่วนใหญ่งานที่เราทำในห้องเรียนกับเพื่อนมีแต่ต้องเสร็จเร็ว เสร็จไว แต่พอมาอยู่กับผู้ใหญ่ เราต้องช้าลง ทำให้ได้ฝึกสมาธิ รู้สึกเหมือนได้อยู่กับตัวเองมากขึ้น”

เหนือสิ่งอื่นใด มันคือชั่วโมงแห่งการเรียนรู้ถึงคุณค่าของความเป็นมนุษย์คนหนึ่ง ที่ไม่ได้ตัดสินกันที่รูปลักษณ์ภายนอก ไม่ว่าจะเป็นหน้าตา ผิวพรรณ สุ้มเสียง หรือบุคลิกท่าทาง สิ่งเหล่านี้จะแตกต่างกันอย่างไร ไม่ได้มีความสำคัญใดๆ เลย

คุณบิล6

  “กิจกรรมวันนี้เป็นการสร้างคุณค่าให้ตัวเอง มันทำให้ได้แง่คิดว่าเรามีคุณค่า สังคมยังต้องการเรา ทำให้เรารู้ว่าเรายังเป็นคนหนึ่งที่ทำอะไรให้สังคมได้….ดีใจเหมือนกันนะที่เรามีความทุกข์ เพราะถ้าเราไม่มีทุกข์ ไม่มีความแตกต่างกับคนอื่น เราก็จะไม่มีสิ่งดีๆ เหล่านี้เกิดขึ้นมา”

วันนี้คุณบิลเลือกที่จะรับมือกับความทุกข์ในรูปแบบของตัวเอง ไม่ฟูมฟาย ไม่ทำร้ายตัวเอง แต่จัดวางความทุกข์ให้เป็นความท้าทายในชีวิต ที่จะผลักดันให้ตัวเองก้าวข้ามผ่าน เดินต่อไปข้างหน้า ด้วยเส้นทางที่เป็นประโยชน์ทั้งกับตัวเอง ครอบครัว และสังคม

“เรามองว่าความทุกข์มันเป็นสิ่งที่มาท้าทายให้เราก้าวไปข้างหน้านะ เราต้องข้ามมันไป ถ้าข้ามมันได้ เราจะเก่งขึ้น แกร่งขึ้น” คุณบิลพูดถึงมุมมองความทุกข์ที่เปลี่ยนไป

“กิจกรรมอาสาที่ได้ทำในวันนี้   ช่วยทำให้เราได้กลับมาอยู่กับตัวเอง ทำให้เราหยุด แล้วถอยออกมามองตัวเอง ทบทวน แล้วก็พร้อมที่จะก้าวต่อไปในวันพรุ่งนี้…”

วันนี้คุณป้าพรภินันท์มีความสุขมาก ในชั่วโมงเรียน Tablet ได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ หลายอย่าง คงได้กลับไปใช้คุยแชทกับลูกหลาน การได้เรียนรู้เทคโนโลยีทำให้คุณป้าสามารถพูดคุยกับลูกหลานได้ใกล้ชิดมากขึ้น ช่องว่างระหว่างวัยที่เคยมีก็หายไป  ขอบคุณอาสาสมัครวันนี้มากที่เขามาช่วยสอนอะไรๆ ให้คุณป้าเยอะเลย

คุณป้าเพิ่งรู้เหมือนกันว่าเขามาทำกิจกรรมวันนี้เพราะอยากท้าทายกับความทุกข์…เป็นเรื่องดีมากเลยนะ เพราะถ้ามีคนท้าทาย ‘ความทุกข์’ ด้วยวิธีน่ารักๆ แบบนี้กันมากๆ โลกใบนี้ของเราคงมีความสุขและน่าอยู่ขึ้นเยอะเลยล่ะ คุณว่าไหม?

คุณบิล5

ชมคลิปวีดีโอผู้โชคดีจากแคมเปญ ‘ทุก(ข์)ชีวิตมีค่า’
https://www.facebook.com/happinessisthailand/videos/810376349085007/

และติดตามเรื่องราวของผู้โชคดีคนอื่นๆ ต่อไปได้ที่นี่ เร็วๆ นี้……….